ทุกคนกำลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เฉินเส้าอันก็ยกของหวานเนื้อใสแวววาวหลายถ้วยออกมาจากกล่องใส่อาหารอีกใบ แล้ววางลงบนโต๊ะ
“ท่านผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย นี่คือขนมจันทร์เกิงที่กระหม่อมปรุงขึ้นเป็นพิเศษพ่ะย่ะค่ะ”
แม้จะเรียกว่าขนมจันทร์เกิง แต่ความจริงแล้วเป็นสาคูมันม่วงกะทิที่เขาสั่งซื้อมา
ในถ้วยมีเม็ดสาคูใสเด้งลอยอยู่ในกะทิสีขาวนวล เนื้อมันม่วงสีม่วงแต่งแต้มอยู่ระหว่างนั้น สีสันเข้ากันงดงามยิ่ง
ข้างถ้วยยังมีจานเล็กใส่น้ำผึ้งดอกหอมหมื่นลี้ วางไว้ให้แต่ละคนเติมตามชอบ
องค์หญิงเล่อหนิงยกถ้วยของตนขึ้น ตักเข้าปากหนึ่งคำ
สาคูเด้งหนึบ มันม่วงเนื้อนุ่มละเอียด และกะทิหอมเข้มข้นผสานกันในปาก เย็นฉ่ำหวานละมุน ลื่นคอชื่นใจ
นางอดตักอีกคำไม่ได้ เคี้ยวตุ้ย ๆ พลางกล่าวว่า
“อาหย่อย ขนมจันทร์เกิงที่พ่อครัวหลวงเฉินทำอร่อยกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ!”
“ขนมจันทร์เกิงเมื่อก่อนเหนียวข้น ดื่มไปสองคำก็เลี่ยนแล้ว แต่ถ้วยนี้เย็นฉ่ำหวานหอม ข้าดื่มได้ถึงสามถ้วย”
ฮองเฮาทรงลองชิมคำหนึ่ง ก่อนพยักพระพักตร์ “สดชื่นจริง ๆ แตกต่างจากขนมจันทร์เกิงของปีก่อน ๆ มาก พ่อครัวหลวงเฉิน ขนมจันทร์เกิงนี้ทำจากสิ่งใดหรือ?”
เฉินเส้าอันอธิบายอย่างเรียบง่าย “ทูลพระนาง ทำจากกะทิ มันม่วง และสาคูพ่ะย่ะค่ะ หากแช่เย็นก่อนรับประทาน รสสัมผัสจะยิ่งดีขึ้น”
วัตถุดิบเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่พวกนางไม่เคยได้ยินมาก่อน ทว่าหลังได้เห็นฝีมืออันน่าอัศจรรย์ของเฉินเส้าอันมานับครั้งไม่ถ้วน พวกนางก็เลิกซักไซ้ไล่เรียงแล้วว่าของเหล่านี้คือสิ่งใด
