เฉินเส้าอันรีบค้อมกายเล็กน้อย กล่าวอย่างถ่อมตนว่า “ท่านผู้เฒ่าตระกูลลู่ชมเกินไปแล้ว ผู้น้อยเพียง...พอรู้เรื่องกลไกอยู่บ้าง บังเอิญสร้างรถคันนี้ขึ้นมา ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะได้ใช้งาน”
“พอรู้?” ลู่เจาฮวางอดเอ่ยแทรกขึ้นมาไม่ได้
“ข้าเพิ่งเห็นรถของเจ้าเมื่อครู่ ทั้งคันหล่อขึ้นจากเหล็ก ไม่ต้องใช้ม้าลากก็เคลื่อนที่ไปได้เอง คำว่า ‘พอรู้’ สองคำนี้เห็นจะใช้กลบเกลื่อนไม่ได้หรอก”
“พ่อครัวหลวงเฉิน เล่าให้ข้าฟังหน่อยเถิดว่ารถคันนั้นเคลื่อนที่ได้อย่างไร ข้างในติดตั้งสิ่งใดไว้หรือไม่?”
“ใช่ ๆ” ลู่เจาถังพลอยร่วมวงด้วย ดวงตากลมโตของนางกะพริบปริบ ๆ มองเฉินเส้าอัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความใคร่รู้ที่ยากจะข่มกลั้น
“ข้าก็อยากถามเหมือนกัน รถวิ่งแล้วไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย มั่นคงกว่ารถม้าตั้งมาก”
“แล้วยังมีหน้าต่างนั่นอีก ลดลงไปได้อย่างไร?”
“ข้าเพียงกดปุ่มนั้น มันก็ขยับลงมาเอง นี่คือกลไกอะไรหรือ ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!”
“ยังมีโคมไฟนั่นอีก” ลู่เจาฮวางกล่าวเสริม “เมื่อครู่ข้าเห็นของกลม ๆ สองชิ้นอยู่หน้ารถ ส่องประกายวาววับ ใช้ทำสิ่งใดหรือ ยามค่ำคืนส่องสว่างได้หรือไม่?”
“ยังมีอีก...”
“แค่ก ๆ!”
ลู่ฉงหย่วนกระแอมเสียงดัง จ้องบุตรชายและบุตรสาวทั้งสองคน
ลู่เจาฮวางกับลู่เจาถังพลันหุบปาก หดคอลงราวกับแมวสองตัวที่ถูกคว้าหูไว้
“พวกเจ้าสองคน พอได้แล้ว” ลู่ฉงหย่วนกล่าวอย่างขุ่นเคือง “พ่อครัวหลวงเฉินเพิ่งมาถึง ยังไม่ได้ดื่มน้ำสักอึก พวกเจ้าก็ซักไซ้เขาไม่หยุด นี่มันสมควรหรือ?”
