เฉินเส้าอันกับหลิ่วหยาต่างสะดุ้งตกใจ
หลิ่วหยารีบย่อตัวลง ปลอบเสียงเบาว่า “องค์หญิงเพคะ พวกเราจะออกนอกเมืองไปยังไร่นา หนทางไกลทีเดียว...”
“ข้าไม่กลัวไกล!”
องค์หญิงเล่อหนิงเชิดคางขึ้น เอ่ยอย่างมีเหตุผลเต็มที่ว่า
“ข้าชอบมะเขือเทศที่สุด คราวก่อนมะเขือเทศคลุกน้ำตาลที่พ่อครัวหลวงเฉินทำ ข้ายังกินไม่หนำใจเลย”
“อีกอย่าง ได้ไปเก็บมะเขือเทศด้วย ฟังดูน่าสนุกจะตาย ข้าไม่เคยไปไร่นามาก่อน ข้าจะไป”
ยิ่งตรัสก็ยิ่งตื่นเต้น ถึงกับไม่สนพระทัยอาหารเช้า หมุนกายวิ่งไปยังตำหนักบรรทมของฮองเฮา พลางตะโกนไปด้วยว่า
“เสด็จแม่! เสด็จแม่! ข้าจะออกนอกเมืองไปเก็บมะเขือเทศกับพ่อครัวหลวงเฉิน”
เฉินเส้าอันกับหลิ่วหยาสบตากัน ต่างเผยรอยยิ้มจนใจ
ฮองเฮากำลังแต่งองค์ เมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของธิดาก็แย้มยิ้มส่ายหน้า
หลังทรงฟังคำขอขององค์หญิงเล่อหนิง แล้วฟังหลิ่วหยาชี้แจงเหตุผลอยู่ข้าง ๆ ก็ทรงนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“ก็ดีเหมือนกัน เล่อหนิงอุดอู้อยู่ในวังทุกวัน หาโอกาสออกนอกเมืองไปเดินเล่นได้ไม่บ่อยนัก”
“ในเมื่อมีพ่อครัวหลวงเฉินอยู่ด้วย ทั้งแม่ทัพหงก็ไปด้วย เช่นนั้นข้าก็อนุญาต หลิ่วหยา เจ้าจงไปกับองค์หญิง คอยดูแลให้ดี”
หลิ่วหยารีบรับคำ “เพคะ บ่าวน้อมรับพระบัญชา”
องค์หญิงเล่อหนิงดีพระทัยจนแทบกระโดดโลดเต้น ทรงกอดแขนฮองเฮาแล้วเขย่าไปมา “เสด็จแม่ดีที่สุดเลย!”
ไม่รู้ข่าวแพร่ไปถึงองค์รัชทายาทได้อย่างไร
หลังเที่ยงไม่นาน องค์รัชทายาทก็ส่งคนมาบอกว่าได้ยินว่าพรุ่งนี้พ่อครัวหลวงเฉินจะพาเล่อหนิงออกนอกเมืองไปเก็บมะเขือเทศ พระองค์เองก็อยากไปดูด้วย
ที่จริงพระองค์ไม่ได้ตั้งพระทัยไปเพราะมะเขือเทศ แต่ได้ยินว่าในไร่นาของหงเป่าปลูกพืชแปลกใหม่ไว้ไม่น้อย จึงอยากไปเห็นกับตา
