ในห้องเครื่องหลวง เตาถ่านของเฉินเส้าอันถูกใช้งานต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว
ทุกเช้าเขาจุดไฟและผัดอาหารตรงเวลา พอตกเย็นก็ปิดช่องลมดับเตา ชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย อย่าว่าแต่จะถูกพิษเลย แม้แต่อาการไอหรือจามก็ไม่มีให้เห็น
แรกเริ่ม พ่อครัวหลวงคนอื่น ๆ ยังพากันหลบห่าง ๆ ยามเดินผ่านเตาของเฉินเส้าอันต่างกลั้นหายใจ ราวกับควันที่ลอยออกจากเตามิใช่ไอร้อน แต่เป็นหมอกพิษ
ทว่าผ่านไปสามวัน ห้าวัน เฉินเส้าอันยังคงกระฉับกระเฉง แถมยังดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนเสียอีก
เพราะไม่ต้องเปลืองแรงก่อไฟทุกวัน ยามเช้าจึงได้นอนต่ออีกสองเค่อ
ผู้ที่สังเกตเห็นข้อดีข้อนี้เป็นคนแรก คือเด็กใช้ตัวน้อยซึ่งรับหน้าที่ก่อไฟในห้องเครื่องหลวง
ฤดูหนาวที่หลินอันทั้งชื้นทั้งหนาวเหน็บ ห้องเครื่องหลวงต้องตื่นมาก่อไฟตั้งแต่ยามอิ๋นทุกวัน
ขั้นตอนการก่อไฟด้วยถ่านไม้ยุ่งยากยิ่งนัก
ต้องเริ่มจากจุดเชื้อไฟ จากนั้นวางฟืนกิ่งเล็ก แล้วจึงใส่ถ่าน กว่าจะวุ่นวายจนไฟลุกโชนก็ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยาม
เด็กใช้ตัวน้อยที่เข้าเวรเช้าต้องลุกจากผ้าห่มอุ่น ๆ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แล้วนั่งยองอยู่หน้าเตาอันเย็นเฉียบ เป่าแท่งจุดไฟจนแก้มเมื่อยล้า
แล้วเตาถ่านของเฉินเส้าอันเล่า?
คืนก่อนเพียงปิดช่องลมไว้ให้เรียบร้อย เช้าวันถัดมาก็ใช้ตะแกรงเขี่ยขี้เถ้าด้านบนออกเบา ๆ เติมถ่านอัดก้อนใหม่เข้าไปสองก้อน ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ เปลวไฟก็พุ่งขึ้นมาแล้ว
เด็กใช้ตัวน้อยพากันเล่าปากต่อปากว่า “เตาหินดำของพ่อครัวหลวงเฉิน ตอนเช้าไม่ต้องก่อไฟใหม่ แค่เขี่ยขี้เถ้าออกก็ใช้ได้แล้ว”
ข่าวนี้แพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกสิบคน จากสิบคนไปเป็นร้อยคน เพียงไม่กี่วัน เด็กใช้ตัวน้อยหลายคนก็แอบมาหาเสี่ยวตุ้นจื่อ ประจบยิ้มพลางถามว่า
