วันถัดมา เฉินเส้าอันพาเสี่ยวตุ้นจื่อ ลากเตาถ่าน 5 เตาและถ่านอัดก้อน 2 กระบุงใหญ่ตรงเข้าไปในห้องเครื่องหลวง
ข่าวแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่เขาจะขนของลงเสร็จ เหล่าพ่อครัวหลวงก็กรูกันมาล้อมเต็มลาน
ปกติคนเหล่านี้ต่างประจำอยู่หน้าเตาของตน หาโอกาสว่างมารวมตัวกันได้ยาก แต่วันนี้กลับราวกับนัดหมายกันไว้ แม้แต่มีดหั่นผักกับตะหลิวในมือก็ยังไม่ทันได้วาง พวกเขาก็พากันวิ่งมาแล้ว
“พ่อครัวหลวงเฉิน นี่คือเตาถ่านที่ท่านพูดถึงหรือ?”
“ได้ยินว่าของสิ่งนี้ติดไฟแล้วร้อนแรงกว่าถ่านไม้เสียอีก จริงหรือ?”
“ก้อนดำ ๆ นี่คือถ่านอัดก้อนหรือ? มองดูคล้ายลูกโคลน...”
พ่อครัวหลวงร่างอ้วนคนหนึ่งย่อตัวลง หยิบถ่านอัดก้อนขึ้นมาพลิกดูไปมา แล้วยังยกขึ้นดมอีกด้วย
“ของดำ ๆ นี่จะดีกว่าถ่านไม้ได้อย่างไร?”
เฉินเส้าอันยิ้มพลางรับคำ “ถ่านอัดก้อนของข้าผ่านการแปรรูปมาเป็นพิเศษ ใช้กับเตาถ่านนี้แล้วไฟแรงยิ่งนัก หากไม่เชื่อ ข้าจะจุดเตาให้ดูประเดี๋ยวนี้”
กล่าวจบ เขาก็ลงมือก่อไฟ พ่อครัวหลวงรอบข้างต่างพากันถอยเปิดพื้นที่ว่าง จากนั้นก็ยืดคอมองด้วยสีหน้าคาดหวัง
นับแต่เฉินเส้าอันสอนวิธีผัดอาหารให้พวกเขา ท่าทีของคนเหล่านี้ที่มีต่อเขาในห้องเครื่องหลวงก็เปลี่ยนจากความเคลือบแคลงในตอนแรก มาเป็นความเลื่อมใสจากใจจริง
บัดนี้เฉินเส้าอันยังนำของใหม่มาอีก พวกเขาย่อมใคร่รู้อยากเห็น
ในยามนั้นเอง เสียงหนึ่งดังมาจากนอกวงคนอย่างไม่เร่งไม่ร้อน “อ้าว มากันอยู่ที่นี่เองหรือ? ยามเช้าตรู่ไม่ทำงาน มามุงดูกระไรกัน?”
ทุกคนหันกลับไปมอง เห็นกงกงจินเดินเอามือไพล่หลังเข้ามาอย่างเชื่องช้า โดยมีจ้าวโส่วหลี่เดินตามอยู่เบื้องหลัง
