เฉาเต๋อไห่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มือประคองถ้วยชาร้อน ฟังขันทีน้อยรายงานความเคลื่อนไหวในวัง
“ทางห้องเครื่องหลวงใช้เตาถ่านมาสิบกว่าวันแล้ว เมื่อวานห้องต้มน้ำก็เบิกไปสามเตา เช้านี้สำนักซักล้างยังส่งคนไปขออีก ได้ยินว่าหัวหน้าห้องจิ้งซื่อก็สอบถามอยู่ อยากจัดหาให้ขันทีที่เข้าเวรกลางคืนสักสองสามเตา...”
เพล้ง!
ถ้วยชาเลื่อนหลุดจากมือเฉาเต๋อไห่ ตกกระแทกพื้นจนแตกละเอียด น้ำชาร้อนลวกกระเซ็นไปทั่ว
ขันทีน้อยตกใจจนทรุดเข่าลงกับพื้น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า
“ดี... ดีจริง ๆ...” เฉาเต๋อไห่กัดฟัน กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกไม่หยุด
“ข้าอุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปล่อยข่าวว่าถ่านหินมีพิษไปทั่วทั้งเมือง ผลสุดท้ายเจ้าพวกนี้กลับหันไปใช้กันเสียแล้วหรือ?”
“พวกมันไม่เห็นหัวเฉาเต๋อไห่อย่างข้าเลย!”
ยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ เขาตบโต๊ะอย่างแรง
“พวกไร้กระดูก! แค่เตาถ่านเตาเดียวก็ซื้อใจพวกมันได้แล้วหรือ?”
กงกงจินกับจ้าวโส่วหลี่เข้ามารายงานราชกิจพอดี พอผ่านประตูเข้ามาก็เห็นเศษถ้วยกระจัดกระจายเต็มพื้น และขันทีน้อยที่คุกเข่าอยู่ ทั้งสองสบตากันแวบหนึ่ง ก็เข้าใจเรื่องราวไปเจ็ดแปดส่วน
กงกงจินก้าวหลบเศษถ้วยอย่างระมัดระวัง แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มประจบว่า
“ขันทีเฉาโปรดระงับโทสะ โปรดระงับโทสะ เรื่องนี้... พวกเราก็ขัดขวางไม่ไหวจริง ๆ”
“เตาถ่านนั้นมีข้อดีอยู่บ้าง ไม่ต้องคอยเติมถ่านอยู่บ่อย ๆ ไฟก็แรงสม่ำเสมอ คนข้างล่างต่างแย่งกันใช้ หากพวกเราฝืนห้าม กลับจะดูไร้น้ำใจ...”
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว” จ้าวโส่วหลี่กล่าวคล้อยตามอยู่ด้านข้าง “ยามนี้เสียงเรียกร้องให้ใช้เตาถ่านในวังดังขึ้นทุกที พวกเราจนปัญญา จึงจำต้องจัดหามาสักสองสามเตา...”
