“นั่งให้มั่น! คาดสายรัดให้เรียบร้อย!”
เฉินเส้าอันตะโกนก้อง มือทั้งสองกำพวงมาลัยแน่น สายตาจับจ้องแนวทหารม้าที่กำลังกางออกเป็นรูปพัดเบื้องหน้า
เท้าขวาของเขาเหยียบคันเร่งลงไปเกือบสุดแล้ว รอบเครื่องยนต์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังเดือดดาลกลิ้งก้องอยู่ในอก
ทุกคนในรถได้ยินดังนั้นก็รีบควานหาสายรัดข้างที่นั่งอย่างโกลาหล
ระหว่างรออาหารส่งถึงที่เมื่อครู่ เฉินเส้าอันหาเวลาบอกหงเป่ากับคนอื่น ๆ ถึงอุปกรณ์พื้นฐานภายในรถไว้แล้ว ทั้งวิธีดึงสายรัด วิธีล็อก และวิธีปรับความกระชับ
ตอนนั้นหงเป่ายังบ่นว่า “ผูกสายไว้กับเก้าอี้ทำไม กลัวคนจะกระเด็นออกไปหรือ?” เฉินเส้าอันตอบเพียงว่า “เอาไว้รักษาชีวิต”
บัดนี้ไม่มีผู้ใดคิดว่านั่นเป็นคำล้อเล่นอีกแล้ว
หงเป่าล็อกสายรัดได้เป็นคนแรก เขากระชากมันอย่างแรงเพื่อยืนยันว่าล็อกแน่นแล้ว ก่อนจะสบถออกมา
“บัดซบ รัดแน่นเสียจริง”
จูต้าฉางทำตามมาติด ๆ เสียงล็อกดังคลิก เขากำขอบที่นั่งทั้งสองข้างไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว
“น้องเฉิน รถเหล็กคันนี้...ชนทหารม้าเป่ยเยี่ยนไหวจริงหรือ? ม้าศึกพวกนั้นเลี้ยงกันบนทุ่งหญ้า ตัวหนึ่งยังเทียบได้กับม้าของแคว้นต้าฉีสองตัว”
ทันทีที่เขาพูดจบ บรรยากาศภายในรถก็หนักอึ้งขึ้นหลายส่วน
องค์รัชทายาทหน้าซีดเผือด พระหัตถ์ทั้งสองกำขอบที่นั่งแน่น พระโอษฐ์สั่นระริกจนตรัสไม่ออก
เสี่ยวตุ้นจื่อนั่งอยู่ข้างพระองค์ มือข้างหนึ่งกำราวจับประตูรถแน่น อีกข้างปิดปาก ดวงตาเบิกกว้าง อกกระเพื่อมถี่