ฮ่องเต้ประทับอยู่หน้าโต๊ะ พระหัตถ์คีบเนื้อปลาไว้ชิ้นหนึ่ง ทว่ากลับยังไม่ทรงยกเข้าปากเสียที
พระเนตรเลื่อนไปมาระหว่างพัดลมกับเสี่ยวตุ้นจื่อที่นั่งอยู่ด้านหลังพัดลม พระขนงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ายังคงกังวลกับคำถามที่เฉาเต๋อไห่เพิ่งเอ่ยขึ้น
พัดลมใช้งานได้ดีจริง ๆ สายลมเย็นที่พัดต่อเนื่องทำให้พระองค์เสวยอย่างสบายกายยิ่งกว่าการให้ขันทีโบกพัดอยู่ด้านหลังถึงสิบเท่า
แต่การให้บ่าวคนหนึ่งนั่งอยู่ต่อหน้าพระองค์ กลับทำให้ในพระทัยรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง
เรื่องนี้เกี่ยวพันกับธรรมเนียมราชสำนัก และความแตกต่างระหว่างนายกับบ่าว มิใช่เพียงเอ่ยว่า “ใช้งานได้ดี” แล้วจะปัดผ่านไปได้ง่าย ๆ
ฮองเฮาประทับอยู่ด้านข้าง ทอดพระเนตรเห็นความกังวลของฮ่องเต้
นางขยับพระโอษฐ์ ราวกับจะตรัสบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ทรงปิดพระโอษฐ์ลง นางเข้าใจว่าเรื่องเช่นนี้ไม่สะดวกจะเอ่ยปากทัดทาน
เรื่องเกี่ยวพันกับธรรมเนียมราชสำนัก ย่อมมีจุดที่ไม่สะดวกอยู่จริง เว้นแต่จะมีเหตุผลอันเหมาะสมมาทำลายธรรมเนียมนี้ได้
พระนางค่อย ๆ เบนสายพระเนตรไปยังเฉินเส้าอันที่ยืนอยู่ข้างพัดลม ในพระทัยลอบคาดหวังอยู่เงียบ ๆ
พ่อครัวหลวงผู้มหัศจรรย์คนนี้สร้างปาฏิหาริย์มานับไม่ถ้วน น่าจะมีวิธีแก้ปัญหานี้กระมัง?
เป็นดังที่คาด เฉินเส้าอันเอ่ยขึ้น
“ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่า การนั่งถีบพัดลมอยู่ตรงนี้ มิอาจนับว่าเสมอพระองค์ได้พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ทรงชะงักเล็กน้อย วางตะเกียบลงแล้วทอดพระเนตรเฉินเส้าอัน “โอ้? เพราะเหตุใด?”
เฉินเส้าอันเดินไปข้างพัดลม ตบเบาะบนโครงพัดลมเบา ๆ ก่อนกล่าวอย่างไม่เร่งร้อน
“ฝ่าบาท กระหม่อมขอทูลถามสักคำขอรับ ปกติพวกเรานั่งบนเก้าอี้เพื่อสิ่งใด?”
“เพื่อความสบาย เพื่อผ่อนคลาย เพื่อดื่มด่ำกับความสุข”
“แต่การนั่งอยู่ตรงนี้...” เขาชี้ไปยังเบาะบนโครงพัดลม “แท้จริงแล้วมิอาจนับว่าเป็นการนั่ง อย่างมากก็เป็นเพียงที่ค้ำยัน เพื่อให้ถีบออกแรงได้ถนัดขึ้นเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
