เมื่อพัดลมปรากฏในวัง ก็แพร่สะพัดไปทั่วอย่างรวดเร็ว
พัดลมโครงไม้ที่ตำหนักฉางเล่อซึ่งหมุนส่งเสียงหึ่ง ๆ กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ได้รับความนิยมที่สุดในวังตลอดหลายวันมานี้
เริ่มจากฮ่องเต้ องค์รัชทายาท และไทเฮาต่างสั่งคนละเครื่อง โจวเฉวียนจึงเร่งทำงาน ผ่านไปไม่กี่วัน ทั้งสามพระองค์ก็ได้ใช้พัดลมกันถ้วนหน้า
ทว่าข่าวกลับแพร่เร็วกว่าความเร็วที่เขาทำพัดลมเสียอีก
พระสนมฮวาทราบว่าฮองเฮาและไทเฮาต่างมีพัดลมแล้ว ย่อมไม่ยอมตกเป็นรอง จึงส่งนางกำนัลมาบอกว่าตนก็ต้องการเครื่องหนึ่ง
จากนั้นเหล่าพระสนมในตำหนักต่าง ๆ ก็ส่งคนมาสอบถาม บ้างพูดจาสุภาพ บ้างตรงไปตรงมา แต่ล้วนมีความหมายเดียวกัน คือพวกนางก็ต้องการพัดลม
นอกวังก็คึกคักยิ่งกว่า
หลังหงเป่าได้พัดลมมา วันรุ่งขึ้นจูต้าฉางก็มาหาถึงบ้าน พอก้าวเข้าประตูมาก็เห็นบ่าวคนหนึ่งกำลังเหยียบคันปั่นของพัดลมเครื่องนั้น ลมจากพัดลมพัดใส่หงเป่าไม่หยุด ส่วนหงเป่าก็เอนกายพิงตั่ง หลับตาพริ้ม เบื้องหน้ามีแตงโมวางอยู่จานหนึ่ง ท่าทางแสนสำราญ
“เจ้าหงเป่า! มีของดีเช่นนี้แล้วยังไม่บอกข้าสักคำ!”
จูต้าฉางโวยวาย พลางหย่อนก้นลงนั่งหน้าพัดลม กางแขนรับลมเย็นสบาย ก่อนถอนหายใจอย่างปลื้มปริ่ม
“ของสิ่งนี้ช่างยอดเยี่ยมนัก! ข้าก็อยากได้สักเครื่อง”
หงเป่าลืมตาขึ้นข้างหนึ่งอย่างเกียจคร้าน “ไปหาน้องเฉินสิ มาบอกข้าจะมีประโยชน์อันใด”
วันเดียวกันนั้นจูต้าฉางก็ไปหาเฉินเส้าอัน ยืนกรานจะสั่งจองพัดลมสักเครื่องให้ได้
เฉินเส้าอันยิ้มรับคำ
ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ในหลายวันถัดมา เหล่าขุนนางผู้ใหญ่ ทั้งเสนาบดี รองเสนาบดี และขุนนางตำแหน่งต่าง ๆ ทยอยฝากคนมาส่งข่าว ต่างต้องการสั่งจองพัดลมสักเครื่อง
