รุ่งเช้าวันถัดมา แสงอรุณเพิ่งส่องรำไร ประตูตำหนักฉางเล่อเพิ่งเปิดออก เฉินเส้าอันก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูพร้อมเสี่ยวตุ้นจื่อ ทั้งสองถือกล่องอาหารมาด้วย
ฮองเฮากำลังจะพระราชทานเรือนหลังใหญ่ให้เขา วันนี้อารมณ์ของเขาจึงเบิกบานเป็นพิเศษ คิดเปลี่ยนอาหารเช้าเป็นของแปลกใหม่ เพื่อแสดงน้ำใจเล็กน้อย
เมื่อมาถึงหน้าประตูตำหนัก ก็เห็นหลิ่วหยากำลังยืนอยู่ที่นั่น พอเห็นเขามา ดวงตาของนางก็เป็นประกาย ก่อนจะก้าวเร็ว ๆ เข้ามาต้อนรับ “วันนี้มาแต่เช้าเชียว”
“มาส่งอาหารเช้าให้องค์หญิง จะกล้าละเลยได้อย่างไร” เฉินเส้าอันยิ้มพลางตบกล่องอาหารเบา ๆ เขากวาดตามองรอบด้าน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจทางนี้ จึงหยิบห่อเล็ก ๆ ที่ห่อด้วยกระดาษน้ำมันออกมาจากด้านข้างกล่อง แล้วยัดใส่มือหลิ่วหยา “กินตอนร้อน ๆ เพิ่งยกลงจากลังนึ่ง”
หลิ่วหยาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนคลี่กระดาษน้ำมันออก ภายในมีซาลาเปาลูกเล็กประณีต ผิวบางราวกระดาษ จนมองเห็นน้ำแกงสีน้ำตาลอ่อนที่สั่นไหวอยู่ข้างในอย่างเลือนราง
นางกัดอย่างระมัดระวังคำหนึ่ง น้ำแกงร้อนระอุทะลักเข้าปากในทันที รสชาติอันโอชะคลอเคล้ากลิ่นหอมของเนื้อและแป้งสาลีแผ่ซ่านบนปลายลิ้น จนนางอดหรี่ตาและถอนหายใจด้วยความพึงพอใจเบา ๆ ไม่ได้
“อืม อร่อย! ซาลาเปานี่...องค์หญิงต้องชอบแน่”
“ชอบก็ดีแล้ว” เฉินเส้าอันเห็นสีหน้าพึงพอใจของนาง ในใจก็อดภาคภูมิใจมิได้ “ในนี้ยังมีโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับ เอาซาลาเปาไปถวายองค์หญิงน้อยกำลังเหมาะ โจ๊กยังร้อนอยู่ ให้นางดื่มตอนร้อน ๆ”
เขาพูดจบ กำลังจะหมุนกายจากไป หลิ่วหยากลับเรียกเขาไว้ “ช้าก่อน ฮองเฮาเหนียงเหนียงเรียกท่านเข้าไป”
