อาหารร้อนกรุ่นทั้งห้าจานถูกยกขึ้นวางบนโต๊ะแล้ว
เนื้อแกะผัดต้นหอม เป็ดผัดยอดกระเทียม เต้าหู้ตุ๋นต้นหอม รากบัวผัด และไก่ผัดถั่วลิสงกงเป่าที่มีสีแดงสดเป็นมันเงาและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
อาหารทั้งห้าจานมีสีสันสดใส ไอร้อนลอยกรุ่น กลิ่นหอมหลากหลายประสานกัน เป็นภาพเปรียบเทียบอันชัดเจนกับอาหารหลายจานที่หลิ่วซานเว่ยทำก่อนหน้านี้
เพียงได้เห็นก็ชวนให้น้ำลายสอ
จานแรก เนื้อแกะผัดต้นหอม
เนื้อแกะหั่นบางดุจกระดาษ มีสีแดงเข้มเคลือบซอส ส่วนต้นหอมเขียวสด มันวาวชวนลิ้มลอง
หงฝูคีบขึ้นมาเป็นคนแรก ส่งเข้าปาก เคี้ยวไปสองสามคำ ดวงตาก็พลันเป็นประกาย
เขาวางตะเกียบลง อดพยักหน้าซ้ำ ๆ ไม่ได้ “ดี! เนื้อแกะจานนี้ผัดได้เยี่ยม เนื้อนุ่มลื่น ไม่มีกลิ่นสาบ ทั้งยังหอมกลิ่นต้นหอมเข้มข้น เหนือกว่าจานเมื่อครู่นี้อยู่หลายขุม”
จูติ้งกั๋วคีบชิ้นหนึ่งขึ้นมาชิม ก่อนเอ่ยชมไม่ขาดปาก “แตกต่างกันจริง ๆ เนื้อแกะจานนี้ผ่านความร้อนอย่างพอเหมาะ หากมากกว่านี้อีกนิดก็จะแข็ง หากน้อยกว่านี้อีกหน่อยก็ยังไม่สุก นับว่าหาได้ยาก”
หงเป่ากับจูต้าฉางรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเสี่ยวตุ้นจื่อได้เรียนรู้ฝีมือแท้จริงของเฉินเส้าอันมา จึงไม่เกรงใจสักนิด ทั้งคู่ยื่นตะเกียบไปยังจานอาหาร คีบคำโตใส่ปาก กินจนปากมันเยิ้ม แล้วเอ่ยชมอู้อี้ว่า
“อืม ๆ ๆ! รสชาตินี้แหละ เหนือกว่าจานเมื่อครู่นี้ไม่รู้กี่เท่า”
จานที่สอง เป็ดผัดยอดกระเทียม
เนื้อเป็ดนุ่มลื่น ยอดกระเทียมหอมสดชื่น สีขาวสลับเขียว ดูสะอาดตา
จูติ้งกั๋วคีบเนื้อเป็ดชิ้นหนึ่งขึ้นมาชิม แล้วเอ่ยชมว่า “เนื้อเป็ดนุ่มลื่น ยอดกระเทียมหอมสดชื่น ทั้งสองอย่างเข้ากันอย่างพอเหมาะ จานนี้ดูเรียบง่าย แต่ควบคุมความร้อนได้ยากที่สุด ศิษย์ตัวน้อยของพ่อครัวหลวงเฉินผู้นี้มีฝีมือไม่ธรรมดาจริง ๆ”
