เรือมังกรทั้งห้าลำแหวกคลื่นฝ่าสายน้ำ ไล่กวดกันไปมาบนผิวน้ำ เสียงโห่ร้องจากสองฝั่งดังระลอกแล้วระลอกเล่า
เบื้องหน้าไม่ไกลนัก มีเสาไม้ต้นใหญ่ปักอยู่กลางน้ำ โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาสูงกว่าคนหนึ่งช่วงตัว บนยอดปักธงสีสดผืนหนึ่งซึ่งโบกสะบัดตามลม
ตรงนั้นคือจุดวกกลับ
ตามกติกาใหม่ของปีนี้ เรือมังกรต้องอ้อมเสาไม้ต้นนี้ วกหัวกลับ แล้วพายกลับไปยังจุดเริ่มต้น
ผู้ใดกลับถึงจุดเริ่มต้นก่อน ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด
เรือมังกรสองลำที่นำอยู่ คือเรือสีแดงชาดของกองทหารอวี่หลินกับเรือสีน้ำเงินเข้มของกองทหารผ่านศึก ต่างเข้าใกล้จุดวกกลับแทบจะพร้อมกัน
ฝีพายบนเรือทยอยผ่อนจังหวะลง เตรียมรับมือกับช่วงที่ท้าทายฝีมือที่สุด นั่นคือการวกหัวเรือ
จังหวะตีกลองในมือเฉินเส้าอันพลอยผ่อนลงตาม จากจังหวะเร่งเร้าดุจยกทัพบุก เปลี่ยนเป็นจังหวะมั่นคงเพื่อชี้นำ
“ตึง—ตึง—ตึง—” ทุกเสียงดังลงอย่างหนักแน่นในช่วงที่ฝีพายยกพายขึ้นจากน้ำ ช่วยให้คนทั้งลำชะลอความเร็วได้โดยยังคงพร้อมเพรียงกัน
เขาหันกลับไปตะโกนบอกหงเป่า “หงเป่า! คุมหางเสือให้ดี เราจะเข้าใกล้เสาไม้หน่อย!”
หงเป่าชะงักไป เสาไม้ยิ่งอยู่ใกล้ มิใช่ยิ่งเสี่ยงชนหรอกหรือ?
แต่เขาลังเลเพียงชั่วครู่ ก็กัดฟันตะโกนตอบ “ได้! ข้าจะฟังน้องเฉิน!”
มือของเขากระชากคันหางเสืออย่างแรง หัวเรือมังกรสีแดงชาดเบนเล็กน้อย แล้วเฉียดเข้าไปทางเสาไม้
ในเวลาเดียวกัน เรือมังกรสีน้ำเงินเข้มของกองทหารผ่านศึกก็มาถึงจุดวกกลับแล้ว
หงฝูมีประสบการณ์โชกโชน เขาสั่งให้เรือมังกรอ้อมเสาไม้เป็นแนวโค้งงดงาม ลำเรือเริ่มค่อย ๆ หันกลับ
เขาหันไปมองเรือของบุตรชาย เห็นเรือมังกรของกองทหารอวี่หลินพุ่งตรงเข้าหาเสาไม้จนแทบประชิด ก็หัวเราะเสียงดัง
