รถแทงก์ 500 แล่นผ่านประตูเมืองจินหลิงอย่างมั่นคง ก่อนมุ่งหน้าไปตามถนนสายหลักอย่างเชื่องช้า
ผู้คนสองข้างทางพากันหยุดมองรถเหล็กที่ไม่มีม้าลากคันนี้ พลางชี้มือซุบซิบ ทว่าเฉินเส้าอันไม่มีแก่ใจจะสนใจสิ่งเหล่านั้นแล้ว
เขาจดจ่ออยู่กับพวงมาลัย บังคับรถแล่นไปอย่างมั่นคง
ภายในรถ หลังจากเงียบงันอยู่ชั่วครู่ ฮองเฮาก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบก่อน
“คุณหนูผู้นั้นเมื่อครู่ เป็นบุตรีตระกูลเผยใช่หรือไม่?”
องค์รัชทายาทพยักหน้า “ใช่ นางบอกว่าชื่อเผยอิ๋งเยว่”
“เป็นนางจริง ๆ ด้วย” ฮองเฮาถอนหายใจแผ่วเบา “เมื่อปีก่อน ตอนคัดเลือกพระชายาให้เจ้า นางก็มาด้วย ตระกูลเผยส่งนางมา มารยาทเรียบร้อย รูปร่างหน้าตาก็งดงามโดดเด่น ทว่า...”
นางเว้นจังหวะ น้ำเสียงเจือความระมัดระวังอยู่หลายส่วน
“เปิ่นกงรู้สึกอยู่เสมอว่าตระกูลเผยกับตระกูลลู่ของเราไม่ลงรอยกันนัก จู่ ๆ พวกเขากระตือรือร้นส่งบุตรีมาร่วมคัดเลือกถึงเพียงนี้ เกรงว่าคงมิได้มีเพียงเรื่องผูกสัมพันธ์ทางการแต่งงานเป็นแน่ ดังนั้นคราวนั้นจึงไม่ได้เลือกนาง”
องค์รัชทายาทพยักหน้าเล็กน้อย “มีเรื่องนี้จริงพ่ะย่ะค่ะ ลูกจำได้ว่าตอนนั้นเสด็จแม่เคยตรัสเรื่องนี้กับลูก ลูกเองก็เห็นว่าความกังวลของเสด็จแม่มีเหตุผล”
เฉินเส้าอันขับรถไปพลาง เหลือบมองบทสนทนาของคนที่นั่งอยู่เบาะหลังผ่านกระจกมองหลังไปพลาง ความอยากรู้อยากเห็นพลันผุดขึ้น
เขาถามไปอย่างไม่คิดอะไร “แล้วหลังจากนั้นล่ะ? องค์รัชทายาทได้เลือกพระชายารัชทายาทหรือยัง?”
องค์รัชทายาทได้ยินดังนั้น สีหน้าก็หม่นลงเล็กน้อย เขาเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้น
“เลือกแล้ว ปลายฤดูใบไม้ร่วงปีก่อน เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ทรงกำหนดบุตรีของหลินเยี่ยนฝู่ รองเจ้ากรมตรวจการ ให้เรา นางชื่อหลินชิงอี๋”
