หงเป่ากับจูต้าฉางเห็นองค์รัชทายาทเสด็จมาด้วยพระองค์เอง แต่แม่ทัพผู้เฝ้าประตูกลับยังไม่ยอมเปิดทาง สีหน้าของทั้งคู่พลันเปลี่ยนไป เตรียมจะเอาเรื่อง
ฮองเฮาประทับอยู่ในรถ ทอดพระเนตรภาพตรงหน้าแล้วก็ทรงถอนพระทัย
เห็นทีนางคงต้องออกโรงด้วยตนเองแล้ว
ฮองเฮาลู่เจาหนิงเติบโตในเมืองจินหลิงมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ หากนางเสด็จลงจากรถ ผู้คนในเมืองย่อมจำพระนางได้อย่างแน่นอน
ในจังหวะนั้นเอง เสียงหัวเราะหวานใสดุจกระดิ่งเงินก็ดังขึ้นจากฝูงชน แฝงความซุกซนและเย้าหยอกอยู่หลายส่วน
“อุ๊ย—นี่มิใช่องค์รัชทายาทหรอกหรือ?”
ทุกคนหันไปตามเสียง เห็นฝูงชนที่มุงดูอยู่พากันแหวกทางออกเป็นช่อง หญิงชายคู่หนึ่งเดินออกมา
ผู้ที่เดินนำหน้าเป็นหญิงสาววัยแรกแย้ม อายุราวสิบห้าสิบหกปี สวมกระโปรงหรูฉวินสีแดงชาด คลุมผ้าแพรสีแอปริคอตอ่อน เกล้าผมดำขลับปักปิ่นผีเสื้อประดับขนนกสีเขียวมรกต
นางมีรูปโฉมงดงามสะดุดตา แววตาและคิ้วคมมีความมั่นใจและโอ่อ่าเฉพาะตัวของสตรีตระกูลใหญ่ มุมปากประดับรอยยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม ขณะมององค์รัชทายาทอย่างสนอกสนใจ
ชายหนุ่มที่เดินตามหลังนางมาติด ๆ ดูมีอายุราวยี่สิบปี สวมชุดแพรสีน้ำเงินเข้ม คาดเอวด้วยหยก ใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลา ระหว่างคิ้วมีแววเฉียบแหลมอย่างพ่อค้า ทว่าดวงตาที่เปี่ยมเล่ห์เหลี่ยมคู่นั้นกลับฉายความฉงนและความไม่พอใจจาง ๆ
เขาฉงนกับรถเหล็กคันนั้น ส่วนที่ไม่พอใจคือหญิงสาวข้างกายกำลังยิ้มให้ชายอื่นอย่างเบิกบาน
ทั้งสองคนนี้คือเสิ่นเยี่ยนชิว นายน้อยรองแห่งตระกูลเสิ่น กับเผยอิ๋งเยว่ คุณหนูใหญ่ตระกูลเผยที่เขาเฝ้าตามเกี้ยวพามาเนิ่นนาน
วันนี้เสิ่นเยี่ยนชิวเพิ่งนัดเผยอิ๋งเยว่ไปเที่ยวชมทิวทัศน์นอกเมืองได้สำเร็จ พอกลับมาก็พบกับภาพตรงหน้าเข้าเสียแล้ว
