เฉินเส้าอันฟังจบก็พยักหน้าอย่างครุ่นคิด เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเผยรอยยิ้มมั่นใจ
“ได้ ข้าทราบแล้ว ฝากทูลองค์หญิงเล่อหนิงด้วยว่า งานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าปีนี้ ข้ารับรองว่าจะทำให้นางพึงพอใจ”
ดวงตาหลิ่วหยาสว่างวาบ “จริงหรือ? ท่านอย่าได้คุยโวเชียว”
“ข้าคุยโวหรือไม่ คืนส่งท้ายปีเก่าก็รู้กัน” เฉินเส้าอันหันกลับไปทำงานต่อ มุมปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ
หลิ่วหยามองแผ่นหลังที่กำลังวุ่นอยู่กับงานของเขา พลันรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ราวกับไม่จำเป็นต้องสงสัยในทุกถ้อยคำที่เขากล่าว
นางลุกขึ้นปัดชายกระโปรง “เช่นนั้นข้าจะรอดู”
กล่าวจบ นางก็หิ้วกล่องอาหารเปล่า ก้าวออกจากห้องเครื่องหลวงอย่างเบิกบาน ครั้นเดินถึงประตูยังหันกลับไปชำเลืองมอง เห็นเขากำลังใส่เครื่องปรุงลงในหม้อ ไอร้อนลอยขึ้นมาบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง
นางเม้มปากยิ้ม ก่อนหมุนกายจากไป
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ถึงคืนส่งท้ายปีเก่า
ภายในวังสว่างไสวด้วยแสงโคม โต๊ะกลมไม้จื่อถานตัวใหญ่ปูผ้าคลุมโต๊ะผืนใหม่เอี่ยม มีจอก ชาม และจานวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบรอบโต๊ะ
ไทเฮาประทับอยู่ตรงกลาง ฮ่องเต้และฮองเฮาประทับแยกกันอยู่สองฝั่ง พระสนมฮวาอุ้มองค์ชายเจ็ดวัยกว่าสองขวบประทับอยู่ถัดลงมาจากฮองเฮา ส่วนองค์รัชทายาทกับองค์หญิงเล่อหนิงประทับเคียงกัน
เฉาเต๋อไห่ยืนก้มมืออยู่ไม่ไกลด้านหลังฮ่องเต้ พร้อมรับใช้ได้ทุกเมื่อ
บนโต๊ะมีอาหารเย็นและผลไม้วางเรียบร้อยแล้ว ที่สะดุดตาที่สุดคือจานกระเบื้องเคลือบสีเขียวใบใหญ่ ภายในจัดวางผักรสเผ็ดห้าชนิดที่หั่นเตรียมไว้เป็นระเบียบ ได้แก่ ต้นหอมซอย กลีบกระเทียม ท่อนกุยช่าย ก้านผักกาดก้านแดง และท่อนผักชี ข้างกันมีถ้วยเครื่องจิ้มสีเข้มวางอยู่
นี่คืออาหารจานแรกของค่ำคืนนี้ สำรับผักเผ็ดห้าชนิด