ยามเฉินเส้าอันนำเหยื่อชุดแรกกลับมาถึงค่าย เสี่ยวตุ้นจื่อก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ถ่านไฟลุกโชน ตะแกรงเหล็กถูกขัดจนวาววับสะท้อนแสง ชามเครื่องปรุงเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ แม้แต่น้ำสำหรับล้างมือก็เตรียมไว้พร้อม
“ในที่สุดท่านอาจารย์ก็กลับมาเสียที” เสี่ยวตุ้นจื่อรีบเข้ามาต้อนรับ ครั้นเห็นเหยื่อที่บรรทุกอยู่บนหลังม้า ดวงตาก็เบิกกว้าง “มากมายเพียงนี้ วันนี้พวกเราคงมีงานให้ทำกันแล้ว”
เฉินเส้าอันพลิกตัวลงจากม้า แล้วปัดฝุ่นบนมือ
“ยังไม่หมดเท่านี้ อีกสักพักยังมีเหยื่ออีกหลายชุดส่งมา วันนี้ฝ่าบาท องค์รัชทายาท ฮองเฮา องค์หญิง และพระสนมฮวาล้วนประทับอยู่ที่นี่ พวกเรามีหน้าที่ปรนนิบัติผู้สูงศักดิ์เหล่านี้ให้ดีก็พอ ส่วนขุนนางคนอื่น ย่อมมีพ่อครัวคนอื่นจากห้องเครื่องหลวงคอยจัดการ”
เขากวาดตามองรอบค่าย ครั้งนี้ห้องเครื่องหลวงมาพร้อมพ่อครัวสี่ห้าคน แต่ละคนพาผู้ช่วยไปตั้งหม้อก่อเตาอยู่ไม่ไกล กำลังจัดการเหยื่อที่ได้รับแบ่งไป
เฉินเส้าอันได้พื้นที่ว่างผืนหนึ่งใกล้กระโจมใหญ่ของฮ่องเต้มาเป็นของตน เตาถ่านเรียงเป็นแนวยาว ตะแกรงย่างก็ตั้งไว้อย่างเป็นระเบียบ มองดูราวกับโรงย่างเนื้อขนาดย่อม
“เริ่มงานกันเถอะ!”
เมื่อเฉินเส้าอันออกคำสั่ง เสี่ยวตุ้นจื่อก็คว้ามีดแล่กระดูกขึ้นมา ลงมือจัดการกระต่ายป่าชุดแรกอย่างคล่องแคล่ว
เฉินเส้าอันคอยส่งมีด ส่งน้ำ และส่งเครื่องปรุงอยู่ข้าง ๆ ทั้งอาจารย์และศิษย์ประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติ
เริ่มจากถลกหนังกระต่ายป่าและควักเครื่องในออก จากนั้นใช้เกลือกับผงพริกหอมถูให้ทั่วทั้งด้านในและด้านนอก หมักไว้แล้วเสียบไม้เหล็กรอเตรียมย่าง
