ภายในเมืองจินหลิง ประตูใหญ่ทาสีชาดของจวนลู่เปิดกว้างในวันนี้
ฟ้าเริ่มมืดลง ราตรีคืบคลานเข้าปกคลุม ทว่าถนนหน้าจวนลู่กลับสว่างไสวด้วยแสงโคม
รถม้าและเกี้ยวทยอยจอดเรียงรายหน้าประตู ผู้มีหน้ามีตาในเมืองจินหลิงต่างมารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้ในคืนนี้
ลู่เจาหนี่ยนกับลู่เจาเหิง สองพี่น้องยืนเคียงบ่าอยู่หน้าประตู สวมอาภรณ์แพรตัดใหม่เอี่ยม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม คอยต้อนรับแขกเหรื่อทีละคน
“ใต้เท้าจ้าว ท่านมาแล้ว เชิญด้านใน”
“ท่านผู้บัญชาการโจว เดินทางมาเหน็ดเหนื่อย เชิญด้านใน”
“ท่านผู้อาวุโสเซี่ย ค่อย ๆ เดิน บันไดค่อนข้างสูง”
แขกเหรื่อเดินผ่านประตูใหญ่ เลียบระเบียงคดเข้าสู่ด้านใน
ใต้ระเบียงมีโคมแขวนไว้ทุกระยะไม่กี่ก้าว แสงสีส้มส่องให้เห็นทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหินสีเขียวอย่างชัดเจน
เมื่อเดินอ้อมฉากกั้นหินไท่หูไป เบื้องหน้าก็พลันเปิดโล่ง
ลานชั้นที่สองซึ่งเป็นที่ตั้งของโถงจัดเลี้ยงอยู่ตรงหน้า
ทว่าแขกเหรื่อแทบทุกคนที่เดินมาถึงที่นี่ต่างหยุดฝีเท้าลงโดยมิได้นัดหมาย
เบื้องหน้าฉากกั้นตรงสุดระเบียงคด มีภูเขาจำลองสูงราวสามฉื่ออยู่ลูกหนึ่ง
แม้เรียกว่าภูเขาจำลอง แต่กลับแตกต่างจากภูเขาจำลองทุกลูกที่ผู้คนเคยพบเห็นมาโดยสิ้นเชิง
ตัวภูเขาก่อขึ้นจากหินประหลาดสีเขียวคล้ำ สลับซับซ้อนเป็นชั้น ๆ ทั้งสูงชันและงดงาม
บนยอดเขามีศาลาเล็กประณีต หลังคางอนช้อนขึ้น ชายคาแหลมละเอียดอ่อนราวกับโปร่งแสง
ลำธารสายเล็กไหลคดเคี้ยวลงมาจากภูเขา ก่อนตกลงสู่สระเล็ก ๆ เชิงเขาและกระเซ็นเป็นละอองน้ำ
สายน้ำใสจนมองเห็นก้นสระ ทั้งก้อนกรวดและพืชน้ำสองสามต้นปรากฏชัดเจน ยังมีปลาสีทองหลายตัวแหวกว่ายอย่างสบายอารมณ์
สายน้ำนั้นเป็นของจริง
สิ่งที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือ บนผิวน้ำในสระมีหมอกสีขาวจาง ๆ ลอยอยู่ ราวแพรบางพลิ้วเป็นริ้ว ละเลียดไหลไปเหนือผิวน้ำอย่างเชื่องช้า ก่อนเอ่อท้นข้ามขอบสระและแผ่คลอเคลียอยู่บนพื้นเบื้องหน้าฉากกั้น
