หลิ่วหยากลั้นยิ้มพลางยกมือปิดปาก ครั้นหัวเราะแล้วกลับขมวดคิ้วกังวล “แล้วจะทำอย่างไรดี... ไก่กับเป็ดอธิบายที่มาได้ยากจริง ๆ...”
นางก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกาย
“จริงสิ! ไข่นกได้หรือไม่? ไข่นกคงไม่ต้องอธิบายหรอกว่ามาจากไหน เพียงบอกว่าเก็บมาจากซอกหิน ใครจะพูดว่าไม่ใช่ได้เล่า?”
เฉินเส้าอันชะงักไป ก่อนตบต้นขาดังฉาด “ไข่นก! ใช่แล้ว เหตุใดข้าถึงนึกไม่ถึงกันนะ”
เขาหลับตาลงทันที แสร้งพึมพำอยู่สองสามคำ แล้วค้นหาในร้านค้าของระบบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ลืมตาขึ้น ในมือมีถุงไข่ใบเล็กอยู่สองถุง ขนาดเล็กกว่าไข่ไก่มาก เปลือกมีจุดสีน้ำตาลเข้มกระจายอยู่ทั่ว ฟองกลมป้อมเรียงอยู่ในถุงตาข่าย ถุงหนึ่งมีประมาณยี่สิบถึงสามสิบฟอง
หลิ่วหยาขยับเข้ามาใกล้ด้วยความสงสัย หยิบฟองหนึ่งขึ้นมาชั่งน้ำหนักบนฝ่ามือ “ไข่เล็กเพียงนี้? ไข่นกอะไรหรือ ไข่นกพิราบ?”
“ไข่นกกระทา” เฉินเส้าอันตอบ
“ไข่นกกระทา?” หลิ่วหยาเอียงศีรษะ นางไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน “บนเขามีนกกระทาวางไข่ด้วยหรือ?”
เฉินเส้าอันยักไหล่ “ช่างเถิด ขอเพียงเป็นไข่นกก็พอ”
“ของสิ่งนี้เล็กกว่าไข่ไก่ บอกว่าเป็นไข่ของนกป่าบางชนิดบนเขาก็ฟังขึ้นแล้ว จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่พวกเขา อย่างไรก็ช่าง หากอยากกินก็กิน ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน”
หลิ่วหยาครุ่นคิดแล้วเห็นว่ามีเหตุผล จึงพยักหน้า “ได้ เช่นนั้นก็เอาสิ่งนี้ กลับกันเถิด องค์หญิงคงรอจนร้อนใจแล้ว”
เฉินเส้าอันหิ้วไข่นกกระทา เดินไปทางกระโจมพร้อมกับหลิ่วหยา
