ในหัวของเสิ่นอวิ๋นเหนียงมีวิธีทำเสื้อขนเป็ดครบถ้วนทุกขั้นตอน ขอเพียงนางยอมมาทำงานให้ หลิ่วซานเว่ยก็เปิดโรงงานแบบเดียวกันได้ และทำเงินได้เท่ากัน
ก็แค่ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกหน่อย หากไม่ยอมเสียลูก ก็ไม่มีทางจับหมาป่าได้
เขาเตรียมการอย่างพิถีพิถัน เปลี่ยนไปสวมอาภรณ์เรียบร้อย นำสัญญาที่เขียนเตรียมไว้ไปด้วย แล้วไปเยือนเสิ่นอวิ๋นเหนียงด้วยตนเอง
เสิ่นอวิ๋นเหนียงมีท่าทีไม่เย็นชาและไม่กระตือรือร้นนัก นางเชื้อเชิญเขาให้นั่งลงอย่างสุภาพ ก่อนสั่งให้คนนำชามาให้
หลิ่วซานเว่ยทักทายตามมารยาทอยู่สองสามประโยค ก่อนจะเอ่ยถึงจุดประสงค์อย่างตรงไปตรงมา
“ฮูหยินเสิ่น ข้าจะไม่อ้อมค้อมกับเจ้าแล้ว ข้าอยากเชิญเจ้ามาทำงานที่โรงงานของข้า รับผิดชอบการทำเสื้อขนเป็ดโดยเฉพาะ”
“เรื่องค่าแรง เฉินเส้าอันให้เจ้าเท่าไร ข้าจะให้เป็นสองเท่า เจ้าคิดเห็นเช่นไร?”
เสิ่นอวิ๋นเหนียงยกถ้วยชาขึ้น เป่าฟองชาบนผิวเบา ๆ จิบไปคำหนึ่ง ก่อนถามอย่างไม่เร่งร้อนว่า
“เถ้าแก่หลิ่ว ท่านทราบหรือไม่ว่าพ่อครัวหลวงเฉินให้ค่าแรงข้าเท่าไร?”
หลิ่วซานเว่ยชะงัก เขาไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ จึงลองถามหยั่งเชิงว่า “หนึ่งร้อยตำลึง?”
เสิ่นอวิ๋นเหนียงส่ายหน้า
“สองร้อยตำลึง?”
เสิ่นอวิ๋นเหนียงยังคงส่ายหน้า
หลิ่วซานเว่ยกัดฟัน “ห้าร้อยตำลึง?”
เสิ่นอวิ๋นเหนียงวางถ้วยชาลง ยิ้มบาง ๆ แล้วชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
หลิ่วซานเว่ยจ้องนิ้วนั้น กลืนน้ำลายลงคอ “หนึ่ง...หนึ่งพันตำลึง?”
เสิ่นอวิ๋นเหนียงยิ้ม “พ่อครัวหลวงเฉินแบ่งหุ้นส่วนกำไรของร้านอวิ๋นฉางให้ข้าสองส่วนในสิบ เสื้อขนเป็ดขายได้หนึ่งตัว ข้าก็ได้รับส่วนแบ่งกำไรด้วย”
