หยุนหลวนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม รับรองอย่างหนักแน่นว่า “ท่านหูโปรดวางใจ ข้าจะปรนนิบัติแม่ทัพที่บาดเจ็บผู้นั้นอย่างเต็มกำลัง ไม่ปริปากบ่นแม้แต่น้อย ข้าเกิดในครอบครัวชาวนา เคยลำบากตรากตรำมาแล้ว ไม่มีความทุกข์ยากใดที่ข้าทนไม่ได้”
ท่านหูพยักหน้า พลันหันไปมองจ้าวเชวี่ยซึ่งสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เจ้าไปหาน้ำให้นางล้างหน้าล้างตา แล้วหาเสื้อผ้าสะอาดให้นางเปลี่ยนสักชุด แม่ทัพผู้นั้นรักความสะอาด หากจับผิดเรื่องนี้ขึ้นมาจะยุ่งยาก ครึ่งชั่วยามให้หลัง พานางไปกระโจมของแม่ทัพเซียว...”
จ้าวเชวี่ยขมวดคิ้ว มองท่านหูอย่างไม่เต็มใจ เขาก้าวเข้ามาขวางตรงหน้าหยุนหลวน “นางเป็นเพียงผู้ลี้ภัยที่ผ่านทางมา ให้ไปดูแลแม่ทัพเซียวเกรงว่าจะไม่เหมาะกระมัง? นิสัยของแม่ทัพผู้นั้น จากที่พวกเราอยู่ร่วมกันมาสองวันนี้ ท่านกับข้าต่างก็พอเข้าใจ หากแม่นางผู้นี้เผลอทำให้เขาโกรธ เขาอาจลงมือทำร้ายบ่าวไพร่ที่คอยปรนนิบัติได้ทุกเมื่อ”
หยุนหลวนได้ยินดังนั้นก็แสร้งทำเป็นหวาดกลัว ตัวสั่นเล็กน้อย ก่อนจะจับชายแขนเสื้อของจ้าวเชวี่ยไว้เบา ๆ
หัวใจของจ้าวเชวี่ยไหววูบ เขาตบต้นแขนหยุนหลวนเบา ๆ เป็นเชิงปลอบโยน “อย่ากลัวไปเลย ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด”
สีหน้าของท่านหูพลันมืดครึ้ม เขามองจ้าวเชวี่ย น้ำเสียงเจือความเย็นชา “จ้าวเชวี่ย ตามข้ามา”
กล่าวจบเขาก็หมุนกายเดินจากไป จ้าวเชวี่ยส่งสายตาปลอบโยนให้หยุนหลวน ก่อนจะตามท่านหูไป
ท่านหูเดินไปหยุดยังสถานที่ซึ่งค่อนข้างลับตาคน
