เดิมทีจ้าวเชวี่ยคิดจะไปตักน้ำให้หยุนหลวนชำระล้าง ทว่าความคิดนั้นมอดดับลงโดยสิ้นเชิง
หยุนหลวนยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดชายหนุ่มผู้นี้จึงกระตือรือร้นขึ้นมาอย่างกะทันหัน นางส่งจ้าวเชวี่ยออกไปด้วยท่าทีสุภาพ
เมื่อกลับเข้ามา นางก็พบว่าหยุนหวยกำลังมองนางด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
หยุนหลวนย่อตัวลง ใช้นิ้วดีดสันจมูกเขาเบา ๆ
“เจ้าหนูตัวแสบ ยิ้มเสียมีเลศนัยเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร?”
หยุนหวยลูบจมูก พลางเริ่มพินิจหยุนหลวนอย่างช้า ๆ
“พี่สี่ ข้าสังเกตมานานแล้วว่าใบหน้าของท่านช่างชวนให้ผึ้งภู่หลงใหลนัก ต่อให้ท่านพอกโคลนไว้เต็มหน้า ก็ยังปิดบังเสน่ห์ที่แผ่ออกมาจากตัวท่านไม่ได้อยู่ดี จุ๊ ๆ พี่เขยเยี่ยนอ๋องของข้า ต่อไปคงมีเรื่องให้วุ่นวายไม่น้อย”
“แต่ใบหน้าล่อลวงผู้คนของเขา เมื่อเทียบกับท่านแล้วก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน พวกท่านสองคนล้วนเป็นประเภทที่ทำให้คนอื่นเฝ้าคิดถึงได้ง่าย...”
หยุนหลวนฟังอยู่ตั้งนานก็ยังไม่เข้าใจว่าหยุนหวยต้องการจะพูดอะไรกันแน่
“เจ้าหนูตัวแสบ ตกลงเจ้าจะพูดอะไรกันแน่?”
เมื่อเห็นว่าพี่สี่ของตนมีไหวพริบเรื่องความรู้สึกต่ำต้อยนัก หยุนหวยจึงไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป เอ่ยตรง ๆ ว่า “พี่สี่ ท่านดูไม่ออกหรือว่าชายหนุ่มเมื่อครู่มองท่านด้วยสายตาเช่นไร?”
“ท่าทีที่เขามีต่อพวกเรา จากเฉยเมยในตอนแรกค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกระตือรือร้น นั่นก็เพราะเขาถูกใจท่านแล้ว”
หยุนหลวนจึงกระจ่างขึ้นมา นางยกมุมปากอย่างจนใจ “เจ้าดูออกได้อย่างไร?”
