“ใช่ บาดแผลได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้วแท้ ๆ แต่ยังปวดราวกับถูกบิดฉีก นี่ต้องเป็นอาการถูกพิษแน่ คุณชายเสิ่นเป็นบุตรชายของหมอผี เขาย่อมเชี่ยวชาญการปรุงยาและถอนพิษ...”
“วิชาแพทย์ของพวกเราตื้นเขินนัก เมื่อเทียบกับคุณชายเสิ่นแล้วก็เป็นเพียงหิ่งห้อยเทียบแสงจันทร์ แม่ทัพเซียว หากไม่อยากทนทุกข์เช่นนี้ต่อไป ก็เชิญคุณชายเสิ่นมารักษาเถิด”
หมอทหารเหล่านี้แทบจะมีท่าทีปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม
พวกเขาไม่อยากรับใช้ต่อแล้ว เซียวเสวียนรุ่ยจะเป็นอย่างไรก็ช่าง
นิสัยร้ายกาจ หยิ่งผยองก็ช่างเถิด ที่สำคัญเป็นชายแท้ ๆ กลับประคบประหงมตนเองจนทนความลำบากไม่ได้ ช่างน่าขัน ทำให้บุรุษต้องอับอายเสียจริง...
เซียวเสวียนรุ่ยได้ยินถ้อยคำขอไปทีของพวกเขา ก็โกรธจนใบหน้าเขียวคล้ำ
คนพวกนี้ต่างกำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่ใช่หรือไม่?
อย่างไรเสีย ยามนี้เขาก็เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของพวกเขา
พวกเขากล้าดูแคลนและปฏิบัติต่อเขาอย่างไม่ใส่ใจเช่นนี้เชียวหรือ?
เซียวเสวียนรุ่ยเดือดดาลจนอยากออกคำสั่งให้ลากหมอทหารเหล่านี้ออกไปประหารเสียให้หมด
แต่เมื่อนึกถึงท่าทีที่ยากหยั่งถึงของเหลียงอวี่หวง ใจเขาก็เริ่มหวั่นไหว ยามนี้เขาควรเก็บตัวให้สงบไว้ก่อน อดกลั้นความคับแค้นเหล่านี้ไปชั่วคราว รอให้เอาชนะหยุนหลวนและยึดเมืองเฟิ่งได้เมื่อใด ค่อยคิดบัญชีกับหมอทหารพวกนี้
เซียวเสวียนรุ่ยโบกมืออย่างรำคาญ ไล่หมอทหารทั้งหมดออกไป
