เฉิงเฟิงมีสีหน้าละอายใจยิ่ง เขาไม่กล้ามองหยุนหลวนแม้แต่น้อย
ถ้อยคำเหล่านั้น เขาย่อมไม่มีหน้าพูดออกมา
“พระชายาโปรดอย่าหยอกล้อข้าน้อยเลยขอรับ ข้าน้อยหมายถึงพูดจาไม่เหมาะสมไปบ้าง จนทำให้ฝ่าบาทกริ้ว...บาดแผลนี้ ข้าน้อยลงมือตีตนเองขอรับ”
หยุนหลวนอดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้ แววตาและคิ้วของนางฉายแววหยอกเย้า
“ที่แท้ก็ตีตนเองนี่เอง เหลียงอวี่หวงช่างรู้จักลงโทษคนเสียจริง”
“เอาละ เขาให้เจ้ามาที่นี่ มีธุระอันใดหรือ? เรื่องพระราชโองการจัดการเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
เฉิงเฟิงรีบปรับสีหน้าให้จริงจัง “พระราชโองการลงนามและประทับตราเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างล้วนเป็นที่แน่นอน รอเพียงคนผู้นั้นสิ้นลม ฝ่าบาทก็จะขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิได้อย่างชอบธรรม”
“ฝ่าบาทให้ข้าน้อยมาถ่ายทอดคำพูดว่า คนผู้นั้นให้พระชายาเป็นผู้จัดการ ไม่ว่าพวกท่านต้องการทำสิ่งใดก็ทำได้ เรื่องหลังจากนี้ฝ่าบาทของพวกข้าน้อยจะจัดการปิดบังให้”
หยุนหลวนกำหมัดแน่น แววตาพลันพร่าเลือนอยู่หลายส่วน
ในที่สุด นางก็รอวันนี้มาจนได้
เมื่อทุกอย่างลงตัว นางก็วางความกังวลและภาระส่วนรวมลงได้ แล้วใช้ใบหน้าที่แท้จริงไปพบเหลียงเหวินคัง
หยุนหลวนให้เฉิงเฟิงถอยออกไป ก่อนจะหันกลับไปโผเข้าหาอ้อมอกเซียวถิงเยี่ยน
เสียงของนางเจือสะอื้นอยู่หลายส่วน “อาเยี่ยน ในที่สุดข้าก็รอวันนี้มาจนได้”
“แม้เซิ่งกุยจะหนีไปได้ แต่เหลียงเหวินคังก็เป็นหนึ่งในต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด...ในที่สุดพวกเราก็ส่งเขาลงไปก่อน เพื่อให้เขาชดใช้ต่อท่านพ่อและกองทัพตระกูลหยุนเก้าหมื่นนายได้”
