เฝิงซู่ชิงมองสือชิงเหยียนซึ่งมีท่าทางน่าสงสารจับใจ ความรู้สึกละอายใจพลันผุดขึ้นในใจนาง
นางรีบเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เรื่องสายเลือดของราชวงศ์เป็นเรื่องใหญ่...เปิ่นกงกับฝ่าบาทจะลงโทษเจ้าได้อย่างไร? แม่นางสือ ยามนี้เจ้ารู้สึกเป็นเช่นไรบ้าง ยังมีอาการไม่สบายตรงไหนอีกหรือไม่?”
ดวงตาของสือชิงเหยียนแดงก่ำ นางพยายามอย่างสุดกำลังไม่ให้น้ำตาไหลรินออกมา
นางส่ายหน้าช้า ๆ “หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่เป็นไร เมื่อครู่หมอหลวงตรวจชีพจรและฝังเข็มให้แล้ว ยามนี้รู้สึกสบายขึ้นมากเพคะ”
“นางกำนัลกำลังต้มยาให้ หลังดื่มยาแล้วก็คงไม่เป็นอะไรมาก การรบกวนคืนเข้าหอของฝ่าบาทกับฮองเฮาเป็นความผิดของหม่อมฉันอย่างยิ่ง...ยามนี้หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้ว เชิญฝ่าบาทกับฮองเฮาเสด็จกลับเถิด ไม่ต้องทรงห่วงหม่อมฉัน”
นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าเหลียงอวี่หวงจะพาเฝิงซู่ชิงมาด้วย
เมื่อครู่ยามเห็นทั้งสองจับมือกันเดินมา หัวใจนางราวถูกมีดกรีด
เหลียงอวี่หวงรู้ชัดว่านางปักใจรักเขา แล้วเหตุใดเขาจึงพาฮองเฮาที่เพิ่งแต่งตั้งมาปรากฏตัวต่อหน้านางในเวลานี้?
นี่มิใช่การกรีดหัวใจนางหรอกหรือ?
หัวใจของสือชิงเหยียนแทบหลั่งเลือด
ความเจ็บปวดในใจทำให้นางแทบหายใจไม่ออก!
เหลียนซินอดเอ่ยขึ้นไม่ได้ “ฝ่าบาท ที่จริงหมอหลวงบอกว่าครรภ์ของคุณหนูไม่มั่นคง ห้ามตื่นเต้นเกินไปเป็นอันขาด...และควรมีคนคอยอยู่เป็นเพื่อนให้มาก ๆ เพคะ”
สีหน้าสือชิงเหยียนพลันเคร่งขรึม นางรีบหันไปตำหนิเหลียนซิน “เหลียนซิน อย่าพูดเหลวไหล ไม่มีเรื่องเช่นนั้น คืนนี้เป็นคืนมงคลสมรสของฝ่าบาทกับฮองเฮา ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามรบกวนทั้งสองพระองค์”
