เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเลื่อนลอย แล้วมองหมอเทวดาหลู่ด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด
หมอเทวดาหลู่เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ก่อนยิ้มบาง ๆ “เจ้าหนุ่ม นับว่าโชคยังดีที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ บาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนั้น แต่กลับยังไม่สิ้นใจ ดูท่าในใจเจ้าคงมีเรื่องให้ปล่อยวางอยู่ไม่น้อย”
“เคราะห์ร้ายผ่านพ้น ย่อมมีโชคดีรออยู่...คอยดูเถิด อนาคตของเจ้าจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ”
เฟิงไห่มองชายชราผู้มีใบหน้าอ่อนโยนตรงหน้า รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ทว่าชั่วขณะหนึ่งกลับนึกไม่ออกว่าเป็นผู้ใด
เขาขยับริมฝีปาก ก่อนพบว่าตนไร้เรี่ยวแรงจะเอ่ยวาจาใด ๆ
หมอเทวดาหลู่กดไหล่เขาไว้ พลางส่งสัญญาณไม่ให้เอ่ยปาก
“ยามนี้เจ้าอ่อนแอยิ่ง ต้องพักฟื้นให้ดี หากไม่จำเป็นก็อย่าเพิ่งพูด ลมหายใจนี้กว่าจะประคองไว้ได้ไม่ง่าย จะปล่อยให้ขาดห้วงไปไม่ได้ รอข้าปรุงยาเม็ดที่เหมาะกับเจ้าได้แล้ว เจ้าก็จะหายดีโดยสมบูรณ์”
“ยามนี้รู้สึกเหนื่อยหรือไม่? หากเหนื่อยก็หลับตาพักเถิด ยิ่งนอนมากเท่าใด ร่างกายก็ยิ่งฟื้นตัวได้ดีขึ้น”
เฟิงไห่ขยับริมฝีปาก กล่าวขอบคุณหมอเทวดาหลู่อย่างไร้เสียง แล้วหลับตาลง เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
หมอเทวดาหลู่ค่อย ๆ ลุกขึ้น เดินไปยังโต๊ะหนังสือ เขียนเทียบยาออกมาแล้วส่งให้หวังคุน ให้จัดยาตามรายการในเทียบยาไปต้ม
หวังคุนรับคำทันที เขากวาดตามองเทียบยาโดยคร่าว พลันชี้ไปยังตัวยาชนิดหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ยาขนานนี้ ในคลังของจวนอ๋องอาจไม่มี...”
