หมอเทวดาหลู่รับฟังด้วยความตะลึงงัน แววตาเลื่อนลอยราวกับไร้สติ
เลือดในกายเขาคล้ายไหลย้อนกลับ สมองว่างเปล่า เขาไม่อาจยอมรับเรื่องที่หวังคุนตายได้ไม่ว่าอย่างไร
เขาส่ายหน้า พึมพำเสียงแผ่ว “ไม่ เจ้าโกหกข้าแน่ ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อว่าหวังคุนตายแล้ว นี่ต้องเป็นเขาที่กำลังหยอกข้าแน่ ข้าจะหลงกลหวังคุนไม่ได้ เด็กคนนั้นชอบเล่นสนุก...ชอบกลั่นแกล้งข้าอยู่เสมอ ข้าไม่มีทางปล่อยให้เขาสมใจหรอก”
“พ่อบ้าน เจ้าไปบอกหวังคุนที ให้เขาเลิกเล่นได้แล้ว ฟ้ามืดแล้ว เขาควรกลับบ้านได้แล้ว เขายังไม่ได้ไปซื้อยาชนิดนั้นกลับมาเลย ผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว เขาสายแล้ว หากเขายังไม่มาพบข้า ข้าจะไม่รับปากพาเขาท่องเที่ยวทั่วหล้า ร่อนเร่ไปตามยุทธภพ ช่วยชีวิตผู้คนหรอก”
พ่อบ้านร่ำไห้จนสะอึกสะอื้นแทบพูดไม่ออก เขาล้วงห่อยาออกจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้หมอเทวดาหลู่อย่างมือสั่น
“หมอเทวดาหลู่ ห่อยานี้หมอหวังคอยปกป้องไว้แนบอก แม้ร่างกายจะเย็นชืดและแข็งทื่อแล้ว เขาก็ยังกำมันไว้แน่น คิดว่านี่คงเป็นยาหายากที่เขาออกจากจวนไปตามหา”
“หมอเทวดาหลู่ ขอท่านทำใจและอย่าโศกเศร้าเกินไป ชีวิตความตายล้วนมีชะตากำหนด บางทีนี่อาจเป็นเคราะห์ที่หมอหวังก้าวข้ามไม่พ้น”
หมอเทวดาหลู่มองห่อยาที่พ่อบ้านยัดใส่มือ ห่อยานั้นเปื้อนคราบเลือด น้ำตาของเขาพลันไหลทะลักราวเขื่อนแตก
หวังคุนต้องมาตาย ก็เพราะยาชนิดนี้
