“โรงน้ำชาของท่านมีอยู่แค่ในเมืองอิงเฉิงใช่หรือไม่? เถ้าแก่ เหตุใดจึงไม่ทะเยอทะยานให้มากกว่านี้ ขยายกิจการไปยังที่อื่นบ้างเล่า? อย่างเช่นเมืองหลวง...”
คำพูดของหยุนหลวนทำให้เถ้าแก่ตื่นตะลึงอย่างยิ่ง
แววตาของเขาฉายความตกใจ มองหยุนหลวนอย่างไม่อยากเชื่อ
“เปิดสาขา ไปตั้งหลักที่เมืองหลวงหรือ?”
เรื่องเหล่านี้เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด
ประการแรก เงินทุนไม่เอื้ออำนวย ประการที่สอง เขาไม่มีเส้นสายใด ๆ ในที่อื่น ดังคำกล่าวที่ว่า มังกรแกร่งยังข่มงูเจ้าถิ่นไม่ได้ เขาไม่มีรากฐาน หากไปยังเมืองอื่น เกรงว่าคงไร้แต้มต่อโดยสิ้นเชิง ยากจะตั้งตัวขึ้นมาได้
แต่หากมีคนคอยช่วยเหลือ ไม่เพียงจะสนับสนุนด้านทรัพย์สินเงินทอง ยังช่วยคุ้มครองให้เขาเดินหน้าได้อย่างปลอดภัย บางทีเขาอาจไต่ขึ้นไปได้สูงกว่าเดิม และเดินทางไปได้ไกลกว่าเดิม
เพียงไม่กี่คำของหยุนหลวน ก็จุดประกายเลือดลมอันพลุ่งพล่านในใจเถ้าแก่ขึ้นทีละน้อย
เขาตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ ดวงตาจับจ้องหยุนหลวนเป็นประกาย
หยุนหลวนย่อมเข้าใจความกังวลในใจเถ้าแก่
นางเม้มริมฝีปาก ก่อนยิ้มบาง ๆ
จากนั้นก็ล้วงจี้หยกชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
เมื่อเถ้าแก่เห็นจี้หยก ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมา
“นี่...ลวดลายมังกรบนจี้หยกชิ้นนี้...”
“นี่คือจี้หยกขององค์รัชทายาท พูดตามตรง พวกเราเป็นคนขององค์รัชทายาท เถ้าแก่ลองคิดดู หากมีองค์รัชทายาทหนุนหลัง คอยเป็นกำลังให้และคุ้มครองท่าน ท่านคิดว่าโรงน้ำชาของท่านจะขยายกิจการได้หรือไม่?” หยุนหลวนหย่อนเหยื่อล่อชิ้นโตออกไป
