นางดิ้นรนหมายจะลุกขึ้น
“อาเยี่ยน ข้า... ข้าอยากไปเยี่ยมท่านแม่กับพี่ใหญ่ ข้าขอร้อง พาข้าไปได้หรือไม่?” ดวงตาของนางแดงก่ำ มองเซียวถิงเยี่ยนด้วยแวววิงวอน
เซียวถิงเยี่ยนไม่อาจปฏิเสธหยุนหลวนได้เลย
หัวใจของเขาอ่อนโยนลงอย่างที่สุด
เขาพยักหน้า ปลอบประโลมหยุนหลวนเสียงเบา “ได้ ข้าจะพาเจ้าไปพบพวกเขา แต่เจ้าต้องรับปากข้าก่อนว่าจะดื่มโจ๊กหนึ่งชาม แล้วก็ดื่มยาต้มอีกหนึ่งชาม ข้าจึงจะพาเจ้าไป”
“นอนมานานเพียงนั้น ร่างกายย่อมอ่อนแอมาก ต้องพักฟื้นให้ดีและเรียกเรี่ยวแรงกลับมาบ้าง”
หยุนหลวนมองเห็นความกังวลและความปวดใจในแววตาเขา
นางไม่อาจเอ่ยปฏิเสธได้อีก
นางเม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้าให้เขา
เซียวถิงเยี่ยนโอบนางไว้แนบอก แล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากนางเบา ๆ อย่างอดใจไม่ไหว
หลังจุมพิต เขาก็คลายอ้อมแขนทันที ก่อนหันไปตะโกนออกไปด้านนอก
“พระชายาฟื้นแล้ว ไปเชิญหมอเทวดาหลู่มา อีกทั้งเตรียมโจ๊กกับยาต้มมาด้วย”
คนที่รออยู่ด้านนอกขานรับทันที
ไม่นานนัก หมอเทวดาหลู่ก็หอบหิ้วย่ามยาเดินแกมวิ่งเข้ามา ครั้นเห็นหยุนหลวนฟื้นคืนสติแล้ว
เขาก็โล่งอก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มบางเบา
“หยุนหลวน ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นเสียที มิฉะนั้นองค์อ๋องของข้าคงคลุ้มคลั่งเป็นแน่”
เซียวถิงเยี่ยนเอ่ยเตือน “ท่านควรเรียกนางว่าพระชายา ไม่ใช่เรียกชื่อโดยตรง”
หมอเทวดาหลู่ชะงักไป ก่อนหัวเราะเสียงดัง
