“คุณหนูไม่ทราบหรอกเจ้าค่ะ ในจวนของเรามีแม่นมอาวุโสท่านหนึ่ง นางออกมาจากวัง ทั้งยังสนิทสนมกับคนของสำนักกิจการในเป็นอย่างยิ่ง คนของสำนักกิจการในตอบนางเช่นนี้เจ้าค่ะ…บอกว่าพระราชโองการแต่งตั้งคุณหนูได้ร่างเสร็จแล้ว ฝ่าบาททรงรอเพียงจังหวะอันเหมาะสม เพื่อเรียกคุณหนูเข้าวังเท่านั้นเจ้าค่ะ”
แววตาของฟู่จืออวี้เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง นางไม่ค่อยเชื่อเรื่องนี้นัก “เหตุใดจึงกะทันหันเช่นนี้? หากฝ่าบาทจะทรงเลือกพระสนม มิใช่ต้องจัดการคัดเลือกหญิงงามก่อนหรือ? จู่ ๆ ก็มีพระราชโองการแต่งตั้งเช่นนี้ ดูจะไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมอยู่บ้างกระมัง?”
เถาหงส่ายหน้า พลางกล่าวอย่างยินดีว่า “คุณหนูลืมแล้วหรือเจ้าคะ? ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทเคยจัดการคัดเลือกหญิงงามครั้งหนึ่ง เมื่อหนึ่งเดือนก่อน อดีตฮ่องเต้ทรงจัดการคัดเลือกหญิงงามถวายฝ่าบาทโดยเฉพาะ ประวัติของคุณหนูตระกูลใหญ่ทั่วเมืองหลวงล้วนส่งเข้าวังเพื่อให้ตรวจสอบคัดกรองแล้วเจ้าค่ะ”
“เดิมที หากไม่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น ก็ควรเลือกพระชายารัชทายาทได้ตั้งนานแล้ว ใครจะคิดว่าฝ่าบาทประสบเหตุ เรื่องนี้จึงถูกพักไว้กะทันหัน บัดนี้ฮ่องเต้องค์ใหม่คงเพียงสานต่อการคัดเลือกครั้งนั้น พระราชโองการแต่งตั้งนี้ก็คงเป็นไปตามพระประสงค์ของอดีตฮ่องเต้ ให้คัดเลือกหญิงงามเข้าวังเจ้าค่ะ”
ฟู่จืออวี้ยังคงกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย “เป็นเช่นนั้นหรือ?”
นางเพิ่งเอ่ยจบ ฮูหยินฟู่ก็เดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยสีหน้าเบิกบาน ครั้นเห็นฟู่จืออวี้ฟื้นแล้ว นางก็รีบก้าวเข้ามากุมมือลูกสาว
