เฝิงซู่ชิงยิ้มอย่างว่าง่ายและรู้ความ “ข้ามีท่านพ่อคอยรักใคร่ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ อีกอย่าง หากท่านพ่อหย่าขาดจากท่านแม่ ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดแก่ข้า เรื่องนี้ไม่ว่าใครลงมือก็ล้วนไม่ได้ประโยชน์ ไม่คุ้มค่าเลยจริง ๆ”
“ต่อไปข้าจะไม่คาดหวังสิ่งใดจากนางอีก ข้าจะมองนางเป็นเพียงมารดาผู้ให้กำเนิดข้าเท่านั้น ข้ายังคงเคารพและกตัญญูต่อนางเช่นที่ผ่านมา ทว่านอกเหนือจากนั้น ข้าก็ไม่มีความรู้สึกอื่นใดให้นางอีกแล้ว”
เฝิงซู่ชิงกล่าวพลางรู้สึกเจ็บแปลบในใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน
แม้นางจะไม่ใส่ใจสกุลเฝิงแล้วก็ตาม
แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่สกุลเฝิงทำกับนาง นางก็ยังอดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและเศร้าเสียใจไม่ได้
นางก้มตาลงต่ำ ปกปิดหางตาที่แดงเรื่อไว้
เฝิงอวี้เจ็บปวดใจยิ่งนัก เขาอ้าปาก ทว่ากลับไม่รู้ว่าควรกล่าวคำใดเพื่อปลอบเฝิงซู่ชิง
เขานิ่งเงียบอยู่นาน
ครั้นอารมณ์ของเฝิงซู่ชิงสงบลงแล้ว
เขาจึงเอ่ยเสียงต่ำว่า “ข้าไม่มีทางหย่าขาดจากนางเป็นแน่ แต่ก็จะไม่มีวันให้อภัยนางโดยง่าย ครานี้ข้าจะทำให้นางลิ้มรสความทุกข์ทรมานให้สาสมจึงจะยอมเลิกรา มิฉะนั้นก็ให้นางอยู่ในจวนตระกูลฟู่ไปชั่วชีวิต อย่าได้กลับมาอีกเลย”
“ชิงเอ๋อร์ ความคับแค้นที่เจ้าประสบมา ไม่ว่าต้องทำอย่างไร พ่อก็จะทวงคืนให้เจ้า เจ้าเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อ พวกเขาทำให้เจ้าเสียใจ ทำให้เจ็บปวด พ่อก็จะเอาคืนให้ครบทุกอย่าง”
เฝิงซู่ชิงมองเขาด้วยแววตาซาบซึ้ง “ดีเหลือเกินที่มีท่านพ่อคอยรักและหนุนหลังข้า...ข้าพึงพอใจแล้ว”
