“ท่านตาบอกว่า อาหารมื้อนั้นเป็นเสด็จแม่ที่ลงมือทำให้ลูกด้วยพระองค์เอง... เพราะเหตุนี้ ลูกจึงไม่ระแวงแม้แต่น้อย และกินอาหารมื้อนั้นด้วยความเต็มใจ คิดไม่ถึงเลยว่า สิ่งนั้นมิใช่ความรักและความห่วงใยที่เสด็จแม่มีต่อลูก แต่เป็นยาพิษที่หมายส่งลูกลงนรก”
นางกล่าวพลางสะอื้นร่ำไห้ขึ้นมาอีกครั้งอย่างอดกลั้นไม่อยู่
ร่างของนางสั่นสะท้านตามแรงสะอื้น ดูเจ็บปวดและคับแค้นใจอย่างยิ่ง
หัวใจของเหลียงเหวินคังพลันบีบรัดแน่นขึ้นมาอีกครา
เขาดึงหนีหวงเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน
ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าให้นาง
“ไม่ต้องกลัวแล้ว มีเสด็จพ่ออยู่ ต่อไปผู้ใดก็ทำร้ายหรือรังแกเจ้าไม่ได้อีก”
หนีหวงเกลียดฮองเฮาเซียวเข้ากระดูกดำอย่างสิ้นเชิง
ในเมื่อเสด็จแม่ไร้เยื่อใยต่อนางแล้ว นางจะยังเรียกขานกันว่าแม่ลูก และรักษาความสัมพันธ์จอมปลอมชวนขันนั้นไว้ไปไย?
ความผูกพันจอมปลอมเช่นนี้ นางไม่ต้องการเสียยังดีกว่า
ในเมื่อเสด็จแม่ไร้เมตตา ก็อย่าตำหนินางที่ไร้คุณธรรม
แววเย็นเยียบอาฆาตหลายสายพาดผ่านดวงตาของหนีหวง
หัวใจของฮองเฮาเซียวเย็นเยียบลงไปกว่าครึ่ง
ฝ่าบาททรงปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ได้อย่างไร?
ต่อให้ฝ่าบาททรงรักหนีหวงเพียงใด ก็ไม่ควรข้ามหัวนางไปเช่นนี้มิใช่หรือ?
หรือในพระทัยของฝ่าบาท ฮองเฮาเช่นนางยังสำคัญไม่เท่าหนีหวง?
ฮองเฮาเซียวแทบไม่อาจยอมรับผลลัพธ์เช่นนี้ได้
นางมองเหลียงเหวินคังผ่านม่านน้ำตา
“ฝ่าบาท...”
