ฮองเฮาเซียวชะงักงัน สีหน้าดูย่ำแย่อย่างยิ่งขณะมองเหลียงเหวินคัง
เขาถึงกับไม่เชื่อนางแล้วหรือ?
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยปฏิบัติต่อนางอย่างเย็นชาเช่นนี้มาก่อน
ไม่ว่าจะเกิดเรื่องใด เขาก็มักยืนอยู่ข้างนางเสมอ ทว่าครานี้กลับเป็นฝ่ายสะบัดมือของนางออกก่อน
ในใจฮองเฮาเซียวพลันบังเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมา
เรื่องราวไม่ควรดำเนินไปเช่นนี้
ตกลงผิดพลาดตรงขั้นตอนไหนกันแน่?
เหลียงเหวินคังกลับไม่มีใจจะเสียเวลาพูดจาเยิ่นเย้อกับนาง
เมื่อเห็นแก้มของหนีหวงบวมแดงและมีเลือดไหล เขาก็เจ็บปวดใจยิ่งนัก
เขาโบกมือให้ทหารรักษาพระองค์ถอยออกไป แล้วมีรับสั่งให้หมอหลวงเข้ามาตรวจดูบาดแผลบนใบหน้าของหนีหวง
เหลียงหนีหวงเห็นว่าพระบิดายังคงห่วงใยนางเช่นเดิม
นางซาบซึ้งจนสุดพรรณนา ดวงตาแดงก่ำ เอ่ยเรียกพระบิดาด้วยเสียงแหบพร่า
เหลียงเหวินคังอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปใกล้หนีหวง ก่อนจะกุมมือนางไว้อย่างแผ่วเบา
“เด็กดี อย่าร้องไห้”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้เหลียงหนีหวงพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
ความหวาดหวั่นและสิ้นหวังที่สุมอยู่ในใจพลันพังครืน ก่อนพรั่งพรูออกมาจนหมดสิ้น
นางโผเข้าไปซบอกเขาอีกครั้ง กำเสื้อของเขาไว้แน่น แล้วสะอื้นไห้อย่างหนักจนไม่อาจอดกลั้นอีกต่อไป
“เสด็จพ่อ...หม่อมฉันรู้อยู่แล้วว่าใต้หล้านี้มีเพียงพระองค์ที่ทรงห่วงใยหม่อมฉัน”
“เสด็จพ่อ ขอพระองค์โปรดเชื่อหม่อมฉัน หม่อมฉันคือหนีหวงของพระองค์ เป็นพระธิดาแท้ ๆ ของพระองค์เพคะ”
เหลียงหนีหวงเอ่ยพลางยกมือดึงอาภรณ์ตรงบ่าของตนลง
