หนีหวงไม่เปิดโอกาสให้ฮองเฮาเซียวได้โต้เถียงต่อหน้าพระบิดา นางตัดบทฮองเฮาเซียวโดยตรง
“เสด็จแม่ หากจะกล่าวถึงการไถ่บาป คนที่ควรไถ่บาปมิใช่ลูกเพียงผู้เดียว...เสด็จแม่ก็ควรออกมายืนเคียงข้างลูก รับผิดชอบร่วมกัน มิใช่เพียงขยับริมฝีปาก ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าทรงรักเสด็จพ่อ”
“เสด็จแม่มิได้ตรัสหรือว่าทรงรักเสด็จพ่อมาก เช่นนั้นก็อย่าใช้ลูกเป็นเครื่องพิสูจน์เลย จงลงมือทำด้วยพระองค์เองเถิด ลูกเป็นธิดาที่เสด็จพ่อโปรดปรานที่สุด หากลูกเกิดเรื่องขึ้น เสด็จพ่อต้องทุกข์พระทัยเป็นแน่ เสด็จแม่คงไม่อยากให้เสด็จพ่อทุกข์พระทัย เช่นนั้นก็จงออกมายืนข้างหน้า แบ่งเบาบาปแทนลูกสักครึ่งหนึ่ง ลูกจะได้ไม่ต้องตาย มิใช่หรือ?”
“เมื่อลูกไม่ตาย เสด็จพ่อก็จะทรงยินดี เพื่อให้เสด็จพ่อทรงพระเกษมสำราญ เสด็จแม่ยอมเสียสละบางอย่างได้หรือไม่? อย่างเช่นตำแหน่งฮองเฮา อำนาจที่ทรงกุมไว้ในมือ และความมั่งคั่งรุ่งเรืองเหล่านั้น หากเสด็จแม่สละทุกสิ่งเหล่านี้ เสด็จพ่อคงเชื่อว่าทรงรักพระองค์จริง”
หลายปีมานี้ นางเติบโตอยู่ข้างกายเสด็จแม่
นางเข้าใจยิ่งกว่าผู้ใดว่าเสด็จแม่รักเสด็จพ่อหรือไม่
เกรงว่าในใจของเสด็จแม่ คงถูกอำนาจและฐานะกลืนกินจิตใจเดิมไปนานแล้ว
บางทีตั้งแต่แรก เสด็จแม่ของนางก็ไม่เคยรักเสด็จพ่อ
สิ่งที่เสด็จแม่รัก มีเพียงอำนาจและบัลลังก์ที่อยู่ในพระหัตถ์ของเสด็จพ่อเท่านั้น
นางไม่เชื่อหรอกว่าเสด็จแม่จะยอมสละตำแหน่งฮองเฮาและอำนาจที่ทำให้เรียกลมเรียกฝนได้ เพื่อเสด็จพ่อ
