เฉิงเฟิงประสานมือรับคำ ก่อนถ่ายทอดคำสั่งของเหลียงอวี่หวงลงไปอย่างรวดเร็ว
เหลียงอวี่หวงกำชับเขาอีกว่า ให้ไปหาชานเยว่สักครั้ง บอกนางว่าไม่ต้องจัดงานเลี้ยงใด ๆ ขอให้อยู่ในโอวาท อย่าก่อเรื่องวุ่นวายอีก
งานที่มีแต่จะทำให้ผู้อื่นขุ่นเคืองเช่นนี้ เฉิงเฟิงเองก็ไม่อยากรับทำ
แต่เขาปฏิเสธไม่ได้ นอกจากเขาแล้ว ไม่มีผู้ใดกล้าไปแตะต้องหนวดเสือของเซิ่งหนี่ว์ แม้ไม่เต็มใจ ก็ทำได้เพียงกัดฟันรับคำสั่งแล้วจากไป
ก่อนออกไป เขาคิดจะชักชวนหยุนหลวนให้ไปเป็นเพื่อน
เหลียงอวี่หวงปรายตามองเขาอย่างเย็นชา “นางไม่สะดวกไป นางต้องชงชาให้เปิ่นหวัง เจ้าไปคนเดียวก็พอ”
“เฉิงเฟิง หากเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้เจ้ายังทำไม่สำเร็จ แล้วเปิ่นหวังจะเลี้ยงเจ้าไว้ทำไม?”
เฉิงเฟิงยิ้มเจื่อน พลางแตะจมูก ไม่กล้ารั้งอยู่อีก เขาหันหลังจากไปด้วยสีหน้าขมขื่น
องค์ชายของเขาเริ่มเห็นสตรีสำคัญกว่าสหายตั้งแต่เมื่อใดกัน?
ไหนว่าไม่สนใจสตรี ไฉนหลายวันนี้ถึงได้สนิทสนมกับเสี่ยวหยุนผู้นี้นัก
งานรินชา ส่งน้ำ บดหมึก เติมกำยาน ล้วนให้เสี่ยวหยุนทำ ส่วนงานเหน็ดเหนื่อยที่ทำไปก็ไม่ได้ความดีความชอบ กลับมอบให้เขาทำเสียหมด
ล้วนเป็นคนคอยปรนนิบัติเหมือนกันแท้ ๆ เหตุใดความแตกต่างระหว่างคนกับคนจึงมากมายเพียงนี้?
เฉิงเฟิงกลัดกลุ้มถึงขีดสุด!
ไม่ช้าก็เร็ว ตำแหน่งของเขาในใจองค์ชายคงถูกเสี่ยวหยุนผู้นี้แย่งชิงไป
——
เหลียงอวี่หวงกลับเข้าไปในกระโจม แล้วจัดการกิจการต่าง ๆ ในกองทัพต่อ
