เฮยอี้เงยหน้าขึ้น มองเนินดินไม่ไกลนักแล้วกล่าวว่า “แถวนี้ไม่มีผู้ใด ข้าจึงฝังเขาไว้ที่นี่”
“ตายแล้วหรือ?” หยุนหลวนชะงักงัน
เฮยอี้พยักหน้า ตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “แม้เขาจะไม่ได้ก่อความผิดร้ายแรงอะไร แต่ถึงอย่างไรก็เป็นคนแคว้นเหลียง ต่อให้พวกเราให้อภัยราษฎรผู้บริสุทธิ์ของแคว้นเหลียงได้ แต่กับทหารแคว้นเหลียง ไม่จำเป็นต้องใจอ่อน”
“หากไม่ใช่เพราะทหารแคว้นเหลียงบุกเข้ามาในดินแดนหนันฉูของพวกเรา ราษฎรของเราก็คงไม่ต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนอย่างทุกข์ยาก ทั้งยังมีคนเหล่านั้นที่ตายในสนามรบ... พวกเขาไม่มีวันได้กลับบ้านอีกแล้ว”
สีหน้าของหยุนหลวนหม่นลงอยู่บ้าง นางยกมือขึ้นตบไหล่เฮยอี้เบา ๆ
“เจ้าทำถูกแล้ว”
“เมื่อสองแคว้นเผชิญหน้ากัน เรื่องเช่นนี้ย่อมเป็นปกติ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็จุดไฟเผากระโจมรอบ ๆ นี้ให้หมดเถิด”
เฮยอี้พยักหน้ารับ
หยุนหลวนนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาพลันมืดหม่นลงหลายส่วน
นางกวักมือเรียกเฮยอี้ให้เข้ามาใกล้
แววตาเฮยอี้ไหววูบ ก่อนค่อย ๆ ขยับเข้าไปหาหยุนหลวน
หยุนหลวนกำชับเสียงเบา “วันนี้เป็นวันเกิดของเหลียงอวี่หวง ชานเยว่ต้องจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้เขาแน่ ช่วงหลายวันมานี้ ข้ากลายเป็นเสี้ยนหนามตำใจในสายตาชานเยว่ นางเกลียดข้า อยากกำจัดข้าให้พ้นทางอยู่ทุกขณะ คืนนี้มีเรื่องมากมาย ผู้คนก็พลุกพล่าน นางต้องหาโอกาสลงมือกับข้าแน่”
