“ฝัน”
ซูหลัวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
นี่ไม่ใช่การตื่นจากความหลับใหลในโลกจริง แต่เป็นความฝัน
ทุกสิ่งที่ “สายตา” ของเขามองเห็นพังทลายลงราวกับถูกแยกส่วนเป็นกระแสข้อมูล ก่อนจะประกอบร่างขึ้นใหม่ท่ามกลางความโกลาหล
แสงสว่างปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า กระแสพลังงานไหลบ่าอย่างไร้ระเบียบ แม้แต่เงาร่างของสิ่งมีชีวิตก็วูบผ่านห้วงอากาศ ก่อนจะถูกการสร้างสรรค์และการทำลายล้างครั้งใหม่กลืนกินไป
ดินแดนแห่งนี้เกิดจากจิตใต้สำนึกกับจินตนาการของเขาถักทอเข้าด้วยกัน กำลังเปิดฉากมหากาพย์แห่งการสร้างโลกอันแสนโกลาหล
“มั่วไปหมด”
สิ่งที่ซูหลัวต้องการคือสภาพแวดล้อมทางความคิดที่มั่นคงและควบคุมได้
เขาสัมผัสสภาพแวดล้อมรอบตัว แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจ
“ความว่าง” ที่เขาได้สัมผัสจากพื้นที่เปลี่ยนอาชีพ แผ่ขยายปกคลุมความฝันทั้งผืนราวกับการโจมตีจากมิติที่สูงกว่า
สีสัน รูปร่าง พลังงาน ชีวิต... ภาพนิมิตอันวุ่นวายทั้งหมดถูกลบหายไปในพริบตา กลับคืนสู่ความว่างเปล่าบริสุทธิ์ที่สุด
ผืนผ้าใบที่สะอาดเอี่ยม
ตอนนี้ร่างกายที่ผ่านการดัดแปลงกับค่าสถานะจิตใจอันสูงลิ่วของซูหลัว ทำให้เขาก้าวข้ามข้อจำกัดของการนอนหลับตามธรรมชาติไปนานแล้ว
ถ้าอย่างนั้นเขาจะนอนทำไม? ก็เข้ามาทำอะไรก็ได้ตามใจในความฝันน่ะสิ
แบบนั้นก็ได้เหมือนกัน...
ซูหลัวค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับความฝัน จิตใต้สำนึก และความทรงจำมากมาย ทั้งยังอ่านหนังสือสกิลด้านภาพลวงตาและความฝันอีกหลายเล่ม ก่อนจะพบว่าเรื่องนี้ยากเอาการ
ในมุมมองของศาสตร์ลี้ลับ ความฝันไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ซึ่ง “วิญญาณ” และ “จิตสำนึก” ทำงานอยู่ ทั้งยังอาจสื่อสารถึงกันได้ด้วย
