ขั้นที่สอง: ทำให้ความเร็วของเวลาเสถียร
นี่คือหัวใจสำคัญและความท้าทายใหญ่ที่สุดของ “การเขียนโปรแกรมความฝัน” ซูหลัวทุ่มแรงไปไม่น้อยกว่าจะทำให้มันปรับควบคุมได้
เดิมทีความเร็วของเวลาในความฝันไม่เสถียรอย่างยิ่ง บางครั้งหยุดนิ่งราวกับกาวเหนียว บางครั้งก็ผ่านไปวูบเดียวราวกับสายฟ้า
สิ่งที่ซูหลัวต้องการไม่ใช่แค่การเร่งเวลา แต่เป็นความแตกต่างของอัตราเวลาที่มั่นคงและควบคุมได้
ลำดับเวลาในความฝันเปราะบางราวใยแมงมุม การแทรกแซงอย่างรุนแรงใด ๆ อาจทำให้โครงสร้างทั้งหมดพังทลาย
สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การควบคุมความเร็ว แต่เป็นการรักษาความเร็วของเวลาให้คงที่
สุดท้าย ซูหลัวก็ตรึงมันไว้ที่ราวสองเท่า
ความเร็วระดับนี้ไม่สร้างภาระให้ซูหลัว
นอกจากนี้ยังเพิ่มสัดส่วนได้แบบเส้นตรงด้วยการใช้พลังเวทและพลังจิตเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง สูงสุดถึงห้าเท่า แต่ราคาที่ต้องจ่ายก็สูงลิ่ว หากต้องการรักษาความเร็วห้าเท่าไว้ ปริมาณพลังที่ใช้เรียกได้ว่ามหาศาล
ยิ่งความแตกต่างของความเร็วเวลามากเท่าไร อัตราการสิ้นเปลืองก็ยิ่งเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
ขั้นที่สาม: จำลองความเป็นจริง
ดาวเคราะห์อันเงียบงันดวงหนึ่งถือกำเนิดขึ้นจากห้วงสุญญากาศ ณ จุดที่สายตาของซูหลัวทอดไปถึง
เค้าโครงของดาวเคราะห์ซึ่งเป็นไปตามกฎฟิสิกส์ที่เขาเข้าใจเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ นี่คือความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดของเขาที่ปรากฏเป็นรูปธรรม
กฎฟิสิกส์ โครงสร้างระดับจุลภาค และรูปแบบการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ดวงนี้... ทุกสิ่งที่เป็นรูปธรรมล้วนเกิดขึ้นจากการมีอยู่ในฐานะผู้สร้างของซูหลัว
ทว่าแม้แต่การสร้างโลกแห่งวัตถุที่เรียบง่ายที่สุดขึ้นมา ก็ต้องจัดการกับข้อมูลในปริมาณมากเกินกว่าที่คาดไว้
