[ช่องภูมิภาค]เงียบงันยิ่งกว่าทุกวัน ราวกับเป็นความสงบอึมครึมครั้งสุดท้ายก่อนพายุโหมกระหน่ำ
มีเพียงข้อความประปรายวูบผ่าน เป็นถ้อยคำระบายความสิ้นหวังเฮือกสุดท้ายของคนที่รู้ว่าตนไม่มีทางรอดและพังทลายไปแล้ว ตัวอักษรบิดเบี้ยว เต็มไปด้วยคำด่าทอและอักขระไร้ความหมาย ไม่นานก็ถูกกระแสความเงียบกลืนหายไป
ทว่าในเว็บบอร์ดเอาชีวิตรอด กลับมีอีกแห่งที่อึกทึกจนแทบชวนให้สะเทือนใจ
กระทู้ที่ได้รับความนิยมพุ่งสูงเร็วที่สุดของวัน ไม่ใช่กระทู้คู่มือเอาชีวิตรอดหรือวิเคราะห์ข้อมูลใด ๆ
แต่เป็นจดหมายลาตาย
กระทู้นี้โพสต์โดยผู้เอาชีวิตรอดคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “แขกหวยอัน” ชื่อกระทู้ฟังดูแปลกอยู่บ้าง ทั้งยังมีกลิ่นอายวรรณศิลป์ที่ไม่เข้ากับกาลเทศะนัก
[ถึงวันพรุ่งนี้ที่พวกเราไม่มีวันได้เห็น]
ประโยคแรกของเจ้าของกระทู้นั้นเรียบง่าย แต่กลับเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงสู่บ่อน้ำลึก กระทบเส้นประสาทอันเปราะบางที่ตึงเครียดของผู้คนมากมายในทันที
[จู่ ๆ ก็คิดขึ้นมา ถ้าผ่านคืนนี้ไปไม่ได้ นี่คงเป็นคำพูดสุดท้ายที่ฉันทิ้งไว้บนโลกแล้ว]
[พูดแล้วก็น่าขำ อุตส่าห์ดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาตลอด 7 วัน สุดท้ายสิ่งที่คิดกลับไม่ใช่ว่าจะอยู่ต่อไปอย่างไร แต่เป็นถ้าตายแล้วควรพูดอะไร]
[ที่ชวนสับสนยิ่งกว่าคือ พวกเราดิ้นรนกันขนาดนี้ ต่อให้รอดไปได้ แล้วข้างหน้าจะมีอะไรรออยู่กันแน่]
[มนุษยชาติจะสร้างอารยธรรมขึ้นใหม่บนผืนดินแห่งใหม่หรือ]
[หรือจะเป็นแค่ปศุสัตว์ที่ถูกเลี้ยงไว้โดยสิ่งมีชีวิตมิติสูงกว่าอีกชั้น แล้วดำเนินวัฏจักรไร้ความหวังต่อไป]
[มันสิ้นหวังเกินไป น่าขันเกินไป แล้วก็...น่าเบื่อเกินไป]
[ฉันคิดว่า...]
[ฉันคงคิดถึงร้านก๋วยเตี๋ยวหลอดชั้นล่างที่ชอบลืมใส่ไข่ให้ฉัน]
[คงเสียดายที่ไม่ได้เลี้ยงแมวสักตัว]
[คงเสียใจที่ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มอ่านไม่จบ และยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ไม่เคยไป]
[คง...ยังกลัวอยู่ดีสินะ ยังไงความมืดก็มืดมนขนาดนั้น สัตว์ประหลาดก็โหดร้ายขนาดนั้น]
