ซูหลัวยืนอยู่ใจกลางห้องทดลองที่ถูกแยกออกจากโลกภายนอกอย่างแน่นหนา ผนังหินรอบด้านมีเวทมนตร์ไหลเวียนไม่ขาดสาย คอยตัดขาดพื้นที่ส่วนกลางจากภายนอกโดยสิ้นเชิง
อากาศนิ่งงัน มีเพียงเจตนาร้ายชวนขนลุกซึ่งแผ่ออกมาจากอุปกรณ์ผนึกอันซับซ้อนบนโต๊ะทดลองอย่างต่อเนื่อง ที่ยืนยันว่าของซึ่งถูกกักเก็บอยู่ภายในนั้นไม่ธรรมดา
สายตาของเขาจับจ้องอุปกรณ์ผนึกอันซับซ้อนเบื้องหน้า ซึ่งประกอบขึ้นจากวัสดุและเวทมนตร์หลายชนิด สิ่งสีดำสนิทราวหมึก กำลังบิดม้วนเคลื่อนไหวอยู่ภายในภาชนะชีวภาพ แผ่เจตนาร้ายตามสัญชาตญาณแห่งชีวิตและคลื่นความปั่นป่วนอันบริสุทธิ์ออกมาไม่หยุด
มันคือพลังงานบิดเบี้ยวประหลาดนั่นเอง
หลังเตรียมการป้องกันไว้อย่างรัดกุม ซูหลัวก็แยกพลังเวทบริสุทธิ์ออกมาเสี้ยวหนึ่ง แล้วหย่อนลงบนโต๊ะทดลอง
พลังงานบิดเบี้ยวคลุ้มคลั่งขึ้นทันที ราวกับหมาเห็นอึ ทั้งยังแสดงความมุ่งหมายชัดเจน มันพุ่งเข้าเขมือบพลังเวทเสี้ยวนั้นจนหมดในพริบตา ทั้งตะกละและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะแห้งหรือเหลวก็ไม่เกี่ยง
จากนั้นพลังงานบิดเบี้ยวก็เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ราวกับให้กำเนิดหมาน้อยออกมาฝูงหนึ่งตรงนั้น แล้วพวกมันก็พากันไปหาอึ
ซูหลัวป้อนอาหารให้มันอย่างสนอกสนใจ มองดูพลังงานบิดเบี้ยวขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ภาชนะชีวภาพซึ่งเป็นร่างรองรับและถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษก็กลายพันธุ์ แข็งแกร่งขึ้น และบิดเบี้ยวตามไปด้วย
เขาเติมพลังเวทเข้าไปไม่หยุด ใช้พลังจิตตรวจสอบอย่างระมัดระวัง แล้วนำแบบจำลองระดับจุลภาคของพลังงานจากคริสตัลบันทึกเวทมนตร์มาเปรียบเทียบพลังเวทกับธาตุต่าง ๆ พร้อมวิเคราะห์ความถี่คลื่น ความหนาแน่นพลังงาน ความเสถียร และความเฉื่อยของพลังงานบิดเบี้ยวไปด้วย
