บนกำแพงเมือง ตี้อวี่ปิงยืนเดียวดาย
คมกระบี่ส่งเสียงครางแผ่ว พลังเวทพลุ่งพล่าน ธาตุลมรวมตัวกันราวกับได้รับบัญชา เคลื่อนวนไปตามเส้นทางลึกลับเก่าแก่บางอย่าง
แสงเย็นวาบขึ้นหลายครั้ง สัตว์กลายพันธุ์บินได้ระดับเอสซึ่งเป็นแนวหน้าก็แตกสลายกลางอากาศก่อนร่วงลงมา
พลังเวทกับวิชายุทธ์โบราณ วิถีแห่งต่างโลกกับโชคชะตาของโลกนี้
เจตจำนงโลกใช้พลังอันยิ่งใหญ่เหนือผู้ใด ฉุดวิถียุทธ์ที่เงียบงันมานานจากประวัติศาสตร์ ผสานเข้ากับพลังเวทและธาตุจากต่างโลก ก่อนจะ “คำนวณ” ออกมาเป็น “เส้นทางใหม่”
ความก้าวหน้าของนางคือปาฏิหาริย์ เป็นความโปรดปรานที่โลกทั้งใบมอบให้จนหมดสิ้น
หนึ่งก้าว หนึ่งกระบี่ หนึ่งเขตแดน นางยืนหยัดปกป้องเมืองเดียวดาย
ชาวเมืองเงยหน้ามองร่างนั้น แววตาเปี่ยมศรัทธาอันคลุ้มคลั่งซึ่งงอกงามขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวัง
สายลมหนาวพัดชายเสื้อและเส้นผมของนางไหว แต่ไม่อาจพัดพาความมุ่งมั่นที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งในดวงตาให้จางหาย
ความมุ่งมั่น...อย่างนั้นหรือ?
ธาตุลมพันรอบปลายนิ้วของนางอย่างสนิทสนม พลังเวทไหลเวียนในร่างอย่างเชื่องเชื่อ ทุกสรรพสิ่งในฟ้าดินต่างส่งความรู้สึกเป็นมิตรอันหาได้ยากมาให้
ตี้อวี่ปิงหลับตาลงเล็กน้อย
กระบี่คมกริบ ฟาดฟันสัตว์ร้ายได้ร้อยตัว พันตัว แล้วจะฟาดฟันสัตว์นับล้าน นับสิบล้านให้สิ้นได้หรือ?
ความเหนื่อยล้าถาโถมขึ้นในใจดุจคลื่นทะเล
นี่สินะ...น้ำหนักของชะตาฟ้า?
ฝูงสัตว์ร้ายประชิดเมือง สิ่งมีชีวิตล้มตายเกลื่อนกลาด
ชะตาฟ้าถือกระบี่ ธิดาจักรพรรดิพิทักษ์เมือง
……
ข่าวฝูงสัตว์ร้ายเข้าใกล้แนวรบตะวันออกเฉียงใต้ถูกส่งถึงนครหลวงผ่านเครือข่ายสื่อสารที่ยังใช้การได้ แต่กลับไม่ทำให้ผู้คนตื่นตระหนก ตรงกันข้าม มันราวกับเป็นสารกระตุ้นหยดสุดท้ายที่เติมลงในงานเลี้ยงวันสิ้นโลกซึ่งเริ่มขึ้นไปนานแล้ว
