“เอ่อ...ไม่ดีกว่าค่ะ!”
“ในห้องก็ร้อนอยู่แล้ว ถ้านอนด้วยกันสองคน...” ก็ยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่
ถ้าเผลอเกิดเรื่องขึ้นมา ร่างกายบอบบางของเธอคงรับไม่ไหวแน่
น่าเสียดายที่ความคิดยังพูดไม่ทันจบ ร่างทั้งร่างก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นกว้างใหญ่
ครู่ต่อมา ฝ่ามือใหญ่ที่อุ่นจัดก็วางแนบลงบนหน้าท้องน้อย
“นอนเถอะ ผมจะช่วยประคบให้!”
“ฝันดีนะ!”
เมื่อรู้สึกถึงจุมพิตที่ประทับลงบนศีรษะ แล้วอีกฝ่ายก็ไม่ขยับอะไรอีก ลู่เจาเสี่ยงที่หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกก็ได้แต่นิ่งอึ้ง
แค่นี้เองเหรอ?
เธอนึกว่าจะมีอะไรที่เร่าร้อนกว่านี้เสียอีก ไม่คิดว่าจะเป็นแค่จูบเบา ๆ
หรือว่า...เขาจะใช้การไม่ได้ในเรื่องนั้น?
“เป็นอะไรไป?” เพิ่งคิดได้แบบนั้น เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะแผ่วต่ำ
“หรือว่าที่รักอยากจะ...อื้อ!”
“หุบปากนะ!” ลู่เจาเสี่ยงอับอายจนแทบอยากมุดดิน รีบยกมือปิดปากเขาก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดจบ
“รีบนอนเลย ห้ามพูดแล้ว!”
“ถ้าไม่นอน เดี๋ยวฟ้าก็สว่างหรอก!”
พูดจบก็รีบหลับตาลง
เดิมทีตั้งใจแกล้งทำเป็นหลับ แต่พอหลับตาได้ไม่นานก็ผล็อยหลับไปจริง ๆ
เพ่ยเย่จื่อฟังจากลมหายใจก็รู้ว่าเธอหลับแล้ว จึงกระชับอ้อมแขนที่โอบกอดเธอแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย
มีเพียงแววตาที่ค่อย ๆ ลึกล้ำขึ้นเท่านั้นที่เผยให้เห็นว่าภายในใจเขาไม่ได้สงบนิ่งเลย
เขาไม่ใช่หลิ่วเซี่ยฮุ่ย จะให้โอบคนรักไว้ในอ้อมแขนแล้วไม่หวั่นไหวได้อย่างไร
แต่ไม่ว่าความปรารถนาจะร้อนแรงเพียงใด ก็สำคัญไม่เท่าร่างกายของภรรยา
อย่างไรวันข้างหน้ายังอีกยาวไกล ไม่ต้องรีบร้อน
เช้าวันถัดมา ลู่เจาเสี่ยงถูกกลิ่นนมจาง ๆ ปลุกให้ตื่น
เธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก็เห็นชายหนุ่มเปิดม่านประตูเดินเข้ามา
