“เสวี่ยเอ๋อร์!”
หลินฮุ่ยหลานมองลูกสาวอย่างกังวล เดินหน้าหมายจะฉุดเฉิงชีชี
“หยุดนะ!”
หลิ่วซู่อี๋เลียนแบบเฉิงชีชี กระชากผมของหลินฮุ่ยหลานไว้แน่น ออกแรงกดลงทันที
ไม่ทันที่หลินฮุ่ยหลานจะร้องลั่น หลิ่วซู่อี๋ก็มองไปที่จงหย่งโหวพลางกล่าว “น้ำตาลเชื่อมเสียบไม้ซื้อด้วยเงินของชีชีเอง เมื่อกี้ยังคิดจะแบ่งให้ท่านหนึ่งลูกเลย ตัวเองไม่ยอมกิน แต่จิ้นเสวี่ยเอ๋อร์กลับแย่งไป?”
“เด็กสาวที่อีกไม่นานก็จะปักปิ่นแล้ว ยังมาแย่งของกินของเด็กสามขวบอีก ท่านอี๋หลินสอนลูกได้ดีจริง!” หลิ่วซู่อี๋กดตัวหลินฮุ่ยหลานไว้แน่น แล้วออกแรงผลักอย่างแรง
“โอ๊ย” หลินฮุ่ยหลานเจ็บจนกุมศีรษะ โกรธจัดพลางพูด “เงินของชีชีอะไรกัน นั่นไม่ใช่ของทุกคนในครอบครัวเราหรอกหรือ เสวี่ยเอ๋อร์กินน้ำตาลเชื่อมเสียบไม้แค่นี้จะเป็นไรไป ท่านโหว...”
“หุบปาก!”
จงหย่งโหวมองหลินฮุ่ยหลานด้วยหางตาอันเย็นชา “เงินของชีชีคือของทุกคนในครอบครัว เช่นนั้นเงินที่พวกเจ้าซ่อนไว้ ก็ต้องส่งคืนมาสินะ?”
หลินฮุ่ยหลานที่ถูกตวาด ก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด เงินที่กว่าจะซ่อนไว้ได้ ก็เพื่อรักษาชีวิต จะส่งคืนไปได้อย่างไร
“ที่นี่ไม่มีจวนโหว ยิ่งไม่มีท่านโหว หากเจ้ายังไม่รู้จักฐานะของตัวเองอีก ก็จงออกไปซะ!”
หลินฮุ่ยหลานก่อเรื่องวุ่นวายครั้งแล้วครั้งเล่า ความรู้สึกดี ๆ ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก็สมควรจะหมดลงได้แล้ว
“ท่านโหว”
หลินฮุ่ยหลานเงยหน้าขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ นางมีลูกชายลูกสาวให้จงหย่งโหวมาหนึ่งคน อยู่เคียงข้างเขามานานหลายปี แม้ไม่มีความดีความชอบก็มีความลำบาก กระทั่งยามถูกเนรเทศ นางก็ไม่เคยคิดนอกใจ แล้วเขาจะทำกับนางเช่นนี้ได้อย่างไร
