“สะพานนี่ก็แคบเกินไปแล้ว”
จิ้นเยี่ยนจือพูดอย่างรังเกียจ “ว่าแต่ มีสะพานก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา ตอนขามาเพราะมีน้ำ พวกเราเลยต้องเดินอ้อมตั้งวันนึง!”
จิ้นเยี่ยนจือพอคิดถึงตอนนี้ ก็ยังรู้สึกเจ็บฝ่าเท้า ตั้งแต่เกิดมา ชาตินี้ เขายังไม่เคยเดินมากมายขนาดนี้!
“นั่นสินะ”
จิ้นหลี่จือรีบละสายตากลับมาถาม “พี่สะใภ้ โต๊ะตัวนี้มันแตกเป็นสองซีกแล้ว จะต่อกลับได้เหรอ?”
“เอาแผ่นกระดานมาตอกตะปูเข้าด้วยกัน ยังไงบ้านเราก็ไม่มีโต๊ะอื่นแล้ว”
เฉิงชีชีถอนหายใจ ในมิติของนางมีโต๊ะอยู่ตั้งมากมาย ล้วนเอามาจากจวนโหว แล้วก็ที่สะสมไว้ก่อนหน้านั้น!
พูดตามตรง นางเคยคิดจะออกจากจวนโหว แต่นึกไม่ถึงว่า หลังจากออกจากจวนโหวแล้ว ของใช้ดี ๆ แบบนี้ ก็ยังเอามาใช้ไม่ได้
เฉิงชีชีหันกลับไปมองทางน้ำที่กว้างและตื้น เส้นทางแผ่นหินยาวทอดตัวออกมา ถ้าหากมันอยู่ตรงนี้ตลอดไปก็คงดี
“พี่สะใภ้ วันนี้พวกเราหาเงินได้แล้ว ไปซื้อหมูสามชั้นตุ๋นที่โรงเตี๊ยมได้ไหม?”
สิ้นคำพูดจิ้นเยี่ยนจือ เฉิงชีชีก็ตวัดสายตาคมกริบดุหนึ่งคมมีด เสเพลก็คือเสเพล คิดแต่จะกิน
“งั้น ไปซื้อเนื้อหน่อย?”
จิ้นเยี่ยนจือยอมลดความต้องการ ไหน ๆ ก็หาเงินได้แล้ว จะซื้อเนื้อกินไม่ได้เลยรึ?
“ถ้ามีเงินเหลือ ก็ซื้อ”
เฉิงชีชีตอบไปส่ง ๆ
มีเหลือ…
รูม่านตาของจิ้นเยี่ยนจือสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว จากนั้นก็รีบเดินตามติด มองแผ่นหลังของเฉิงชีชี อยากถามแต่ไม่กล้าถาม!
