"ได้สิ"
ในความทรงจำของเฉิงชีชี การทำน้ำตาลทรายแดงแบบโบราณนั้น ชานอ้อยไม่เพียงใช้เป็นฟืนได้ ยังใช้หมักน้ำส้มสายชู ทำปุ๋ย ผลิตธูป กระทั่งทำกระดาษก็ยังได้!
แน่นอนว่าในช่วงแรกของโรงน้ำตาล สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องรักษาคุณภาพน้ำตาลที่ผลิตแต่ละครั้งให้ดี!
"เช่นนั้น... พวกเราจะทำอย่างไร?"
เลิ่งเจียวถามอย่างตื่นเต้น
ถ้าชานอ้อยหมักน้ำส้มสายชูได้ เช่นนั้นก็แทบไม่มีต้นทุนเลย?
น้ำส้มสายชูที่หมักได้ จะเอาไปขายหรือเก็บไว้กินเองก็ยังประหยัดเงินค่าน้ำส้มสายชูไปได้!
"อย่าเพิ่งร้อนใจ เจ้าแยกชานอ้อยพวกนี้ คัดเอาชิ้นดีเก็บไว้ ส่วนชิ้นไม่ดีก็ตากแห้งไว้เป็นฟืน"
เฉิงชีชีเริ่มรื้อฟื้นวิธีหมักน้ำส้มสายชูในใจ ต้องหมักเหล้าก่อน แล้วค่อยหมักน้ำส้มสายชู
"เรื่องนี้ง่าย"
เลิ่งเจียวสั่งคนให้คัดชานอ้อยดี ๆ ใส่ไหสะอาดทันที
"เติมน้ำ หรือน้ำอ้อยจากการหีบรอบสุดท้าย"
เฉิงชีชีแค่เอ่ยปากพูด เลิ่งเจียวกับพวกก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อยหมดจด
เมื่อได้ยินว่าเฉิงชีชีจะหมักน้ำส้มสายชู คนในโรงน้ำตาลมองเฉิงชีชีด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป!
น้ำตาล... ก็ทำออกมาได้ดีก็จริง แต่ชานอ้อยนี่... ยังจะหมักน้ำส้มสายชูได้อีกหรือ?
เฉิงชีชีไม่สนใจสายตาของคนอื่น นางว่า "ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ต้องลองถึงจะรู้"
แช่ชานอ้อยไว้แล้วเอาผ้าขาวบางสะอาดปิดไว้กันฝุ่นละออง นางว่า "พรุ่งนี้ค่อยมาดู!"
เฉิงชีชีให้คนยกไหใบใหญ่ไปตั้งไว้ที่มุม แล้วกลับไปควบคุมการเดี่ยวน้ำตาลรอบที่สองต่อ
เตาเก้าหม้อ สามหม้อต่อหนึ่งชุดเตาสามตอน ในแต่ละชุด หม้อที่หนึ่งเป็นน้ำอ้อยหีบรอบแรก ได้น้ำตาลชั้นดีที่สุด
