"ผ้าเช็ดหน้าเป็นยังไงบ้าง ใช้ได้หมดเลยไหม"
หลิ่วซู่อี๋กับพวกอีกสองสามคนรออยู่ที่บ้านมาตลอด พอล้างผักกาดเขียวปลีเสร็จ ทำงานบ้านจนเรียบร้อยดีแล้ว ก็ได้แต่เฝ้ารอเฉิงชีชีกลับมา
ตอนนี้ พอเห็นเฉิงชีชีกลับมา หลิ่วซู่อี๋ เมิ่งจิ้งเหยา หลี่ซื่อ และหลินฮุ่ยหลาน ต่างจ้องมองไปที่เฉิงชีชี เห็นในอ้อมแขนนางยังอุ้มห่อผ้าไหมอยู่ พวกนางก็อดกังวลไม่ได้... คงไม่ถูกตีกลับมั้ง
"ต้องได้สิ"
เฉิงชีชีตบกระเป๋าผ้าที่คาดไว้ข้างเอว ดังกรุ๊งกริ๊ง นั่นเป็นเสียงเหรียญทองแดงกระทบกัน "ทางร้านปักผ้าบอกว่าพวกเจ้างานปักดีมาก รวมแล้วได้เก้าร้อยสามสิบหกอีแปะ ไม่ขาดสักอีแปะเดียว"
"แล้วฉันยังรับงานใหม่มาให้พวกเจ้าด้วย เป็นฉากกั้นตั้งโต๊ะ ถ้าปักเสร็จ หนึ่งชิ้นก็ได้แปดร้อยอีแปะ"
เฉิงชีชีหยิบแบบลายฉากกั้นสี่ภาพออกมาก่อนพูดว่า "บ๊วย กล้วยไม้ ไผ่ เบญจมาศ ฉันดูแล้ว พวกเจ้าน่าจะทำได้หมดนะ"
"แปดร้อยอีแปะรึ"
หลินฮุ่ยหลานตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
"ใช่ แปดร้อยอีแปะ ขอแค่ปักดี ต่อไปต้องมีงานให้ทำไม่ขาดแน่"
เฉิงชีชีไปสืบมาแล้ว เจ้าของหอปักผ้าหงจี้คือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหงในตัวเมือง ฐานะสูงส่ง หอปักผ้าหงจี้ในตัวเมืองนั้นโด่งดังมีชื่อเสียงนัก
"อันนี้ฉันปักได้"
หลินฮุ่ยหลานพูดอย่างดีอกดีใจ
เมิ่งจิ้งเหยาและหลี่ซื่อมองหน้ากัน แล้วก็รีบบอกว่าตนทำได้เช่นกัน
"งั้นลวดลายสี่แบบนี้ แต่ละคนก็เลือกไปปักคนละแบบ ส่งงานให้เสร็จภายในยี่สิบห้าวัน ก็คือก่อนถึงเทศกาลหยวนเซียวปีหน้า"
