ฟางเสี่ยวจวินควักแบงก์ห้าร้อยออกมาเพื่อให้เหมาหยวนหยวนเป็นค่าชดเชยที่ขุดต้นกล้าแตงกวาของบ้านเธอไปเมื่อคืนนี้
เสิ่นซิ่วซิ่วคาดไม่ถึงเลย
หล่อนคิดมาตลอดว่าฟางเสี่ยวจวินน่ะเป็นคนขี้งก แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะเอาเงินมาจ่ายค่าชดเชยจริง ๆ
ดังนั้นหล่อนจึงรับเงินห้าร้อยของฟางเสี่ยวจวินไว้แล้วถามว่า “ไอ้ตัวแสบนี่ ต้นกล้าแตงกวาก็ไม่ได้มีค่าอะไร เมื่อคืนนายขุดต้นกล้าของบ้านเธอไปเยอะเลยหรือไง”
ฟางเสี่ยวจวินส่ายหัวแล้วบอกว่า “เปล่า ผมขุดไปแค่ห้าต้นเอง”
“ห้าต้นเอง แต่นายให้เงินตั้งห้าร้อย”
“อืม เงินส่วนที่เหลือก็ให้หยวนหยวนซื้อของบำรุงให้ลุงโหย่วเกินเถอะครับ ตอนนี้ร่างกายลุงโหย่วเกินแย่มาก”
“ดูนายท่าทางกะล่อน ๆ แบบนี้ ไม่คิดเลยว่าจิตใจจะไม่เลวนี่”
“ใช่ครับ พวกเราเป็นเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ก็ควรจะดูแลกันและกันอยู่แล้ว ไม่คุยกับคุณแล้ว ผมต้องกลับแล้ว มีธุระ”
“ได้ เดี๋ยวหยวนหยวนกลับมา ฉันจะเอาเงินให้เธอ”
“อืม พี่ซิ่ว ผมไปละนะ”
พอพูดจบ ฟางเสี่ยวจวินก็หันตัวเดินออกจากบ้านเหมาหยวนหยวนแล้วกลับไป
ตอนที่เขามาถึงบ้านจางชุ่ยฮวา อาหารเย็นก็เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เข่งไม้ไผ่ใบเล็กที่มีหมั่นโถวสีขาวลูกใหญ่ตั้งอยู่บนโต๊ะ แล้วก็มีโจ๊กอีกสองชาม
นอกจากนี้จางชุ่ยฮวายังผัดหมูเค็มเล็กน้อย ทั้งบ้านจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอม
“เสี่ยวจวิน มานั่งกินข้าวเร็ว พอกินอิ่มแล้ว ฉันจะให้นมเสี่ยวเถียนเถียน กล่อมให้นางหลับ แล้วพวกเราก็จะไปหาที่ลับตาในเขาลูกท้อแล้วเอาต้นกล้าแตงกวาไปปลูกให้หมด”
“ได้ครับ พี่ชุ่ยฮวา”
ทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะแล้วเริ่มกินอาหารเย็น
