ตลอดทางแม้ฟ้าจะมืด จางชุ่ยฮวาถือไฟฉายส่องทางข้างหน้า ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะกันไป
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา พวกเขาก็มาถึงตีนเขาลูกท้อ
“เสี่ยวจวิน เราต้องหาที่ซ่อนหน่อย แล้วก็ดินต้องดี กว้างสักหน่อย จะได้ไม่มีใครเห็นตอนปลูกต้นกล้าแตงกวา”
จางชุ่ยฮวาใช้ไฟฉายส่องรอบ ๆ พลางหาที่เหมาะจะปลูกต้นกล้าแตงกวาไปพลางคุยกับฟางเสี่ยวจวินไปพลาง
“พี่ชุ่ยฮวาพูดถูก เราเดินหาดูแถวนี้กันดี ๆ”
“ได้เลย”
ทั้งสองคนหาอยู่ห้านาทีก็เจอที่ดินผืนหนึ่งเหมาะปลูกแตงกวาที่สุดจริง ๆ
ที่ผืนนี้ดูขนาดประมาณครึ่งไร่ ดินก็ร่วนซุยดี
รอบ ๆ มีหญ้าขึ้น แต่ก็ถอนง่ายมาก แค่ดึงเบา ๆ ก็หลุด
“พี่ชุ่ยฮวา ลงมือปลูกกันตรงนี้เลยดีไหม”
“ได้”
ว่าแล้วทั้งสองก็หยิบจอบ ถอนหญ้าไปพลางขุดดินเป็นหลุมเล็ก ๆ ไปพลาง
หลุมพวกนี้จะได้สะดวกตอนเอากล้าแตงกวาจากรถสามล้อลงมา แล้วกลบดินทีหลัง
พวกเขาทำงานกันคล่องมือ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถากถางพื้นที่ว่างออกมาได้หนึ่งแปลง และขุดหลุมได้ร้อยหลุมพอดี
ทั้งสองเริ่มขนกล้าแตงกวาจากรถสามล้อมาใส่ทีละหลุม
พอจัดการทุกอย่างเสร็จ เวลาก็ทุ่มครึ่งแล้ว
ตอนนี้ ฟางเสี่ยวจวินพูดกับจางชุ่ยฮวาว่า “พี่ชุ่ยฮวา รอผมแป๊บนะ ปลูกเสร็จแล้วผมต้องรดน้ำปราณวิเศษให้ต้นกล้าพวกนี้ด้วย”
