หม้อไฟเดือดแล้ว ไอร้อนอบอ้าวคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเผ็ด
ซือถูอ้านกินเผ็ดไม่เก่ง แต่ชอบกิน โดยเฉพาะตอนอากาศหนาว เขามักรู้สึกว่าการได้กินหม้อไฟร้อน ๆ สักมื้อ จะทำให้ร่างกายไม่หนาวจนเกินไป
สี่คนบนโต๊ะคุยเล่นไปพลาง ลวกเนื้อไปพลาง บรรยากาศกลมเกลียว อบอุ่นไม่ต่างจากงานเลี้ยงครอบครัว
เป่ยเจียงเป็นเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน ถึงจะไม่อุดมด้วยอาหารทะเล แต่ของกินขึ้นชื่อคือเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อแกะ
ซือถูอ้านกินเนื้อแกะแผ่นบางไปกว่าครึ่งจานใหญ่ ก็รู้สึกว่าร้อนถึงท้องขึ้นมาทันที
เขาจุดบุหรี่แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ "ฉันพอก่อน พวกนายกินต่อเถอะ"
"กินแค่นี้เองเหรอ" เหยียนตงถาม
"แก่แล้วไม่ค่อยย่อย"
เหยียนตงมองซือถูอ้านที่กำลังสูบบุหรี่ เขาไม่รู้สึกเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายแก่ตรงไหน
ในสายตาของเขา ซือถูอ้านเป็นคนที่ดูดีมีสง่ามาโดยตลอด
แม้ว่าเขาจะอายุสามสิบหกแล้ว มากกว่าเหยียนตงทั้งรอบนักษัตร
แต่ทุกอิริยาบถของซือถูอ้านกลับไร้ซึ่งความลามกของชายวัยกลางคน กลับกัน ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามเป็นเอกลักษณ์
เหมือนดอกจีจีเกงสีม่วงริมทาง แรกเห็นไม่ใช่ผู้เลอโฉม ทว่ามองนาน ๆ กลับให้ความรู้สึกอ่อนโยนและเยือกเย็น
ซือถูอ้านค่อย ๆ สูบบุหรี่หมดหนึ่งมวน ทั้งตัวอบอุ่นสบายอย่างบอกไม่ถูก
"ติ๊ง"
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้น ซือถูอ้านหยิบมือถือขึ้นมาดู
ต้วนวั่ง:"อาเจียว ผมถึงร้านคาราโอเกะแล้วนะ"
ซือถูอ้านหัวเราะหึในลำคอพลางกลอกตา ในใจคิดว่าใครถามนายกัน แล้วยังจะมารายงานอีก
ต้วนวั่ง:"อาเจียว ผมคิดบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นอย่างเดียว คิดบัญชีกู้ยืมไม่เป็น แม่ว่าผมโง่"
ซือถูอ้านเอามือเท้าคาง บัญชีกู้ยืม? ในร้านคาราโอเกะมีบัญชีกู้ยืมได้ยังไง หรือว่าแม่ของไอ้หนูนี่จะปล่อยเงินกู้ด้วย?
