หิมะยังคงโปรยปราย ต้วนวั่งจูงมือซือถูอ้าน พาเขาไปเปิดท้ายรถด้วยกัน
ในท้ายรถ พลุหลากขนาดห่อสีแดงวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ
ชื่อก็ตั้งมาเป็นมงคลดี ไม่ใช่หมื่นม่วงพันแดง ก็ร้อยบุปผาเบ่งบาน ส่วนข้างบนสุดยังมีดวงดาวนำโชคอีก
ซือถูอ้านเลิกคิ้ว “เด็กน้อยจริง ๆ”
ต้วนวั่งไม่ปฏิเสธ ก้มลงอุ้มกล่องพลุที่ใหญ่ที่สุดออกมา เดินไปวางห่างจากรถพอสมควร แล้วหันกลับมาถามซือถูอ้าน
“ตรงนี้ได้ไหมครับ?”
“ได้”
สิ้นคำของซือถูอ้าน ท้องฟ้าดูเหมือนจะมืดลงตามไปด้วย
ต้วนวั่งหยิบไฟแช็กออกมา นั่งยอง ๆ จุดพลุกล่องแรก
พลุกล่องขนาดใหญ่พิเศษแบบนี้หาซื้อไม่ง่าย
เขาดูภาพตัวอย่างอยู่นาน กว่าจะเลือกพลุดาวเต็มฟ้าสีส้มทองนี้ออกมา
อยากให้เป็นพลุดอกแรกที่เขาจุดให้ซือถูอ้านดู
เปลวไฟจากไฟแช็กลามไปตามสายชนวน จังหวะที่ประกายไฟพุ่งกระจาย ต้วนวั่งเอามือปิดหูวิ่งกลับมาหาซือถูอ้าน
เขาอยากโอบกอดจากด้านหลัง มองพลุที่เขาเลือกสรรอย่างพิถีพิถันไปด้วยกัน
ทว่า เรื่องราวในโลกนี้มักยากจะสมบูรณ์แบบเหมือนในภาพยนตร์
ชั่วขณะที่พลุพุ่งขึ้นฟ้า โทรศัพท์ของซือถูอ้านก็ดังขึ้น
เขาก้มมองหมายเลขที่โทรเข้า เอื้อมมือกดไหล่ต้วนวั่งไว้ ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามากอด
“ขอรับโทรศัพท์ก่อน”
ต้วนวั่งชะงักค้าง มองตาค้างขณะซือถูอ้านถือโทรศัพท์หมุนตัวเดินกลับขึ้นไปนั่งในรถ แล้วดึงประตูปิดจากด้านใน
พลุดอกสีส้มทองระเบิดกลางอากาศเบื้องหลังคนทั้งคู่ เจิดจ้าอิ่มเอิบ ทว่าซือถูอ้านไม่ได้เห็น ต้วนวั่งก็ไม่เห็นเช่นกัน
บนที่นั่งคนขับ ประตูที่ปิดสนิทนำพาความเงียบสงบมาให้บ้าง
ซือถูอ้านกดรับสาย ดวงตาเต็มไปด้วยความหม่นหมองที่มิอาจสลาย
“ท่านพ่อบุญธรรม”
“สวัสดีปีใหม่ อ้านน้อย”
“……”
“ยังโกรธพ่ออยู่หรือ?”
ซือถูจวิ้นเยี่ยนนั่งอยู่ตรงหน้าต่างสูงจรดพื้นที่มีเกล็ดหิมะโปรยปราย สีหน้าอ่อนโยน
