ฉินชวนตัวสั่น มองเธอด้วยความตกตะลึง
ซูจิ้น ซูฉางเทียน
หรือว่า...
ซูจิ้นน้ำตาเอ่อคลอเบ้า ยกจี้ห้อยคอในมือขึ้นมา พูดว่า "ซูฉางเทียนเป็นปู่ของฉัน ก่อนท่านสิ้นใจ ท่านให้ฉันตามหาคุณ"
ฉินชวนรับจี้มาดูอย่างละเอียด มันคือสิ่งที่เขามอบให้ซูฉางเทียนด้วยมือตัวเองเมื่อสิบห้าปีก่อนจริงๆ
ซูจิ้นพูดต่อ "ท่านให้ฉันแต่งงานกับคุณ"
ในเมื่อเป็นสิ่งที่ตัวเองรับปากไป ก็ปฏิเสธไม่ได้
เขาจำใจตอบ "ได้"
ซูจิ้นพูดอีก "ความหมายของท่าน คือให้คุณเป็นสามีเข้าบ้านตระกูลซู"
ฉินชวนรู้สึกเหมือนมีม้านับหมื่นตัววิ่งกระทืบผ่านหัว แต่ก็ต้องจำใจตอบ "ได้"
ซูจิ้นก้มหน้า "ไปจดทะเบียนกันก่อน แล้วค่อยกลับบ้านกับฉัน"
"ได้"
ผู้ชายคนนี้ที่อยู่ตรงหน้า แตกต่างจากที่เธอจินตนาการไว้พอสมควร
ปู่เคยบอกว่า เขาจะปกป้องจิ้นเอ๋อร์ได้ตลอดชีวิต
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ จะพูดว่าตลอดชีวิตก็เถอะ ต่อให้เอาตัวรอดด้วยตัวเองยังเป็นปัญหาเลย
ตอนนี้เขาไปทำให้ลู่คุนแห่งตระกูลลู่ไม่พอใจเข้าอย่างจัง ด้วยนิสัยของลู่คุน ยังไงก็ต้องหาเรื่องฉินชวนแน่นอน
เส้นทางข้างหน้า จะเป็นยังไงก็ไม่รู้
ฉินชวนจึงตามซูจิ้นกลับไปที่ชุมชนอี๋จิ้งหยวน ซึ่งตั้งอยู่ชานเมือง
มองดูบ้านเก่าทรุดโทรมที่อยู่ตรงหน้า ฉินชวนขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ซูจิ้นพาฉินชวนกลับมาถึงบ้าน เคาะประตู
เมื่อประตูเปิดออก ฉินชวนก็เห็นแม่ของซูจิ้นทำหน้ายาวเหยียด
เฉินเสวี่ยเหม่ยจ้องซูจิ้นเขม็ง พูดด้วยความโมโห "แกยังหน้ามาหน้าอยู่ได้"
ซูจิ้นจนใจอยู่บ้าง แต่นี่ก็บ้านของเธอ ถ้าไม่กลับบ้าน แล้วจะไปไหนได้ล่ะ
ตอนนี้ แม่ของซูจิ้นหันมามองฉินชวน
"เขาไม่ต้องเข้ามาหรอกมั้ง"
เฉินเสวี่ยเหม่ยพูดเสียงห้วน
"แม่ เขาเป็นสามีในอนาคตของหนู เราจดทะเบียนกันแล้ว จะไม่ให้เขาเข้าบ้านได้ยังไงล่ะ"
ซูจิ้นมองเฉินเสวี่ยเหม่ย พูดเสียงเบา
"หึ ยังจะเรียกว่าสามีอีก คนแบบนี้เห็นท่าทางก็รู้ว่าไม่ได้เรื่อง"
เฉินเสวี่ยเหม่ยโมโหจนสลัดมือ ก่อนจะลากลูกสาวเข้าห้องไป พูดเสียงต่ำ "ฉันถามแก เรื่องท้องน่ะ จริงหรือเปล่า?"
ในเมื่อทะเบียนก็จดกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำอีกต่อไป
ซูจิ้นรีบพูด "ไม่จริง แต่เป็นพินัยกรรมของปู่ ให้หนูต้องแต่งงานกับเขา ที่พูดก่อนหน้านี้เป็นแค่อุบายเฉพาะหน้า แม่วางใจได้ หนูกับเขาไม่มีอะไรกันจริงๆ"
เฉินเสวี่ยเหม่ยถึงได้โล่งอก แม้จะยังไม่สบายใจนัก แต่ที่ได้ยินว่าลูกสาวไม่ได้ถูกกลั่นแกล้ง ก็รู้สึกดีขึ้นมาก เดินกลับเข้าห้องไป
ซูจิ้นมองฉินชวนด้วยสีหน้าที่จนใจ พาเขาเดินเข้ามาในห้อง
ห้องไม่ใหญ่แต่ก็สะอาดเรียบร้อย
เพียงแต่ความสะอาดนี้ ดูแร้นแค้นไปหน่อย
นอกจากทีวีติดผนัง โซฟาตัวหนึ่ง โต๊ะน้ำชา และตู้ทีวีหนึ่งใบ ก็ไม่มีอะไรอื่นอีกแล้ว
ในขณะนั้น โทรศัพท์ในห้องนอนใหญ่ก็ดังขึ้น
ซูเหวินเหยาค์รับสาย
"ฮัลโหล แม่ ได้ๆๆ เราจะไปเดี๋ยวนี้ ไปเดี๋ยวนี้"
จากนั้น ซูเหวินเหยาค์ก็เดินกะเผลกออกมาจากห้องนอนใหญ่
"เสวี่ยเหม่ย แม่ให้เรากลับไปหน่อย"
ซูเหวินเหยาค์พูดอย่างระมัดระวัง
"กลับไปทำไม ให้พวกเขาทั้งบ้านหัวเราะเยาะเรางั้นเหรอ?"
เฉินเสวี่ยเหม่ยพูดพลางจ้องฉินชวนเขม็ง
ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเด็กนี่ ตอนนี้ครอบครัวพวกเขาคงไม่ตกมาถึงจุดนี้
คุณยายแก่จะเรียกพวกเขาไป มีอะไรได้อีกเล่า ยังไงก็ต้องเป็นเรื่องพฤติกรรมอันน่าอับอายของซูจิ้นวันนี้ ต้องเปิดประชุมประณามอีกเป็นแน่
แต่ถึงเฉินเสวี่ยเหม่ยจะกล้าตะคอกในบ้าน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณยายแล้ว ยังไงก็ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"เอาเถอะ เก็บของหน่อย เรารีบไปกันเถอะ ถ้าไปช้า คุณแม่ไม่รู้จะว่าเรายังไง"
ฉินชวนเพิ่งก้าวเข้าบ้าน ต้องตามครอบครัวนี้ไปตระกูลซูในเมืองอีก
คนสี่คนเตรียมตัวเสร็จ ออกไปนั่งแท็กซี่ มุ่งหน้าตรงไปยังตระกูลซูในเมือง
พอถึงตระกูลซู เห็นครอบครัวใหญ่ทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ในห้องโถงกว้างขวาง
ฉินชวนมองไปรอบๆ ที่นี่ดีกว่าบ้านซูจิ้นเป็นร้อยเท่า
เพียงแต่ที่ทำให้ฉินชวนสงสัยก็คือ ทำไมคนในตระกูลซูทั้งหมดถึงได้อาศัยอยู่ในวิลล่ากว้างขวางนี้ ในขณะที่ครอบครัวของซูจิ้นต้องอัดกันอยู่ในบ้านเก่าทรุดโทรมนั้น
ถึงวิลล่าในเมืองนี้จะไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย แต่ก็ไม่ถึงกับเอาครอบครัวสามคนของซูจิ้นไว้ไม่อยู่นี่นา
"โอ้โห ดูสิใครมา นี่คือวีรบุรุษของตระกูลซูเรานี่นา"
ซูเหวินชางยิ้มเหยียดหยัน มองซูจิ้นแล้วพูด
สีหน้าของซูจิ้นก็ดูไม่ค่อยดีนัก
ตอนนี้ ซูเหวินชางเดินเข้ามาหาฉินชวนอย่างช้าๆ สำรวจเขาอย่างละเอียด แล้วพูด "หน้าตาก็ดีทีเดียว แต่เสียดายที่เป็นได้แค่คนไร้ค่า"
"ฮ่าๆๆๆ"
คำพูดของซูเหวินชาง ทำให้คนในตระกูลซูในห้องโถงหัวเราะกันครึกครื้น
ซูจิ้นแอบเงยหน้ามองฉินชวน
เห็นฉินชวนยืนตัวตรงราวกับต้นสนสูง ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย แม้แต่เปลือกตาก็ไม่กระพริบ
ซูเหวินชางคิดว่าจะทำให้ฉินชวนโกรธ แต่ใครจะไปคิด ฉินชวนกลับยืนนิ่งเหมือนท่อนไม้อยู่ข้างๆ ซูจิ้น ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
"เหอะ ที่แท้ก็เป็นแค่ท่อนไม้ ซูจิ้น แกเลือกได้ดีจริงๆ ไม้ผุไม่สามารถแกะสลักได้"
ซูเหวินชางส่ายหน้า ถอนหายใจ เดินไปที่โต๊ะน้ำชา หยิบแอปเปิ้ลขึ้นมาหนึ่งลูกกัดกิน
เห็นซูเหวินชางถือแอปเปิ้ลแล้วโบกมือไปทางฉินชวน พูด "แอปเปิ้ลฟูจิ แกคงไม่เคยได้กินหรอกมั้ง มาลองชิมสิ"
พูดจบ ซูเหวินชางก็โยนแอปเปิ้ลที่กัดไปแล้วไปทางฉินชวนกับซูจิ้น
เห็นแอปเปิ้ลพุ่งเข้ามา ซูจิ้นตกใจถอยหลังไปหลายก้าว หลบไปอยู่ด้านหลังฉินชวน
แอปเปิ้ลลูกนั้นพุ่งมาถูกตัวฉินชวนอย่างจัง
ฉินชวนยังคงนิ่งเฉย แค่ก้มลงเก็บมันขึ้นมา วางไว้ข้างๆ
"เหอะ ไอ้หนู สมองแกเสีย..."
"พอแล้ว"
ซูเหวินชางพูดยังไม่ทันจบ เสียงแหบพร่าของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น
ซูเหวินชางได้ยินเสียงนั้น ตัวสั่นไปทั้งร่าง
ทันใดนั้น ใบหน้าก็ยิ้มตาหยี รีบหันหลังเดินเร็วไปทางด้านหลัง
"แม่ ดูสิ จิ้นเอ๋อร์หาคนแบบไหนมา ไม่มีความสุภาพเอาซะเลย"
ซูเหวินชางพูดพลางยิ้มเยาะมองซูจิ้นกับฉินชวนไปด้วย
เห็นคุณยายแก่มองมาทางฉินชวนกับซูจิ้น
วินาทีที่เห็นฉินชวน คุณยายแก่ก็ถึงกับตะลึงเล็กน้อย
เพราะพลังของฉินชวน แขแกร่งกว่าสามีเก่าของเธอในตอนนั้นเสียอีก
ซูเหวินชางรู้ความจริงของฉินชวนมานานแล้ว เล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณยายฟังอย่างละเอียด
และยังเติมไฟใส่เรื่องที่ซูจิ้นทำให้ลู่คุนไม่พอใจ ให้คุณยายฟังอีกด้วย
"ซูจิ้น วันนี้แกไปทำให้ตระกูลลู่ไม่พอใจ แกรู้ผิดหรือยัง?"
คุณยายแก่สีหน้าโกรธจัด จ้องซูจิ้นแล้วถาม
"คุณยาย หนูแค่อยากไม่แต่งงานกับลู่คุน หนู..."
ซูจิ้นพูดยังไม่ทันจบ คุณยายแก่ก็ยกไม้เท้ากระแทกพื้นเสียงดังลั่น "พอได้แล้ว แกยังจะเถียงฉันอีกเหรอ?"
ได้ยินเสียงคำรามนั้น ซูเหวินเหยาค์และเฉินเสวี่ยเหม่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ต่างก็สะดุ้งจนตัวสั่น
"จิ้นเอ๋อร์ รีบขอโทษคุณยายเร็ว"
ซูเหวินเหยาค์กระซิบกับซูจิ้น
ตอนนี้ ซูจิ้นน้ำตาเอ่อล้นตา
เธอไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด
การปฏิเสธคนที่ตัวเองไม่ชอบ ก็เป็นความผิดของเธอด้วยหรือ
หรือว่าเธอควรเป็นบันไดให้ครอบครัวไต่สูง เป็นเหยื่อสังเวยอย่างนั้นหรือ
ซูจิ้นไม่ยอมจำนน แต่ต้องเผชิญหน้ากับคุณยายที่ดุดันขนาดนี้ เธอก็ไม่รู้จะทำยังไง ยิ่งมีซูเหวินชางพวกนั้นคอยเติมไฟอยู่ข้างๆ ยิ่งทำให้ซูจิ้นรู้สึกอัดอั้นจนสุดจะทน
ในขณะนั้น มือใหญ่ของฉินชวนก็คว้ามือเล็กๆ ที่นุ่มนวลของซูจิ้นไว้
ชั่วขณะนั้น หัวใจของซูจิ้นเต้นรัวไม่หยุด
เห็นฉินชวนหันหน้าเข้าหาคุณยายแก่ พูดยิ้มๆ "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจิ้นเอ๋อร์ เป็นผมที่ก่อเรื่องขึ้นมาเอง"
ตอนนี้ คุณยายแก่ยกไม้เท้าฟาดไปทางฉินชวนทันที
"แกก่อเรื่องขึ้นมาเอง? แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร รู้หรือไม่ว่าตระกูลลู่ตอนนี้ถือช่องชีพของตระกูลซูเราอยู่ ไอ้หนูบ้านนอกอย่างแก จะมีกี่ชีวิตมาชดใช้ให้อนาคตของตระกูลซู?"
เห็นคุณยายโกรธจัด ซูเหวินชางพวกนั้นที่อยู่ข้างๆ ต่างก็เผยรอยยิ้มอย่างสะใจออกมาบนใบหน้า
